posttoday
ปปช.หวังไทยมีอันดับโปร่งใสดีขึ้น

ปปช.หวังไทยมีอันดับโปร่งใสดีขึ้น

18 สิงหาคม 2557

ปปช.หวังอันดับโปร่งใสของไทยดีขึ้น ห่วงปฏิรูปการเมือง หากทำไม่สุดจะแก้ป้ญหาไม่ได้จริง

ปปช.หวังอันดับโปร่งใสของไทยดีขึ้น ห่วงปฏิรูปการเมือง หากทำไม่สุดจะแก้ป้ญหาไม่ได้จริง

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จัดงานนิทรรศการ “พอกันที การโกง” และเปิดตัวรถประชาสัมพันธ์ (โมบาย) สำนักงานป.ป.ช. เพื่อเป็นการนำร่องการจัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ โดยมีนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นประธานเปิดนิทรรศการ

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวระหว่างการเสวนาในหัวข้อ“พอกันที การโกง”ว่า การป้องกันทุจริตจะไมได้ผลถ้าไม่สร้างจิตสำนึกของการเรียนรู้ ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้น และข้อผิดพลาดว่า ทำไมจึงเกิดการทุจริต  ทำไมคดีความมีจำนวนมาก และทำไมคนยังรู้สึกว่า ทุจริตไม่เป็นไรขอให้ได้ประโยชน์ แล้วฝังอยู่ภายในจิตใต้สำนึกของคนไทยตลอด แต่การทุจริตกลับเป็นสิ่งน่ารังเกียจของสังคมโลก สังคมโลกพยายามดิ้นรนไปสู่จุดที่ใสสะอาด ซึ่งเรื่องความโปร่งใสมีการจัดเรทติ้งกันทุกปี โดยองค์กรเพื่อความโปรงใสนานาชาติ ปรากฏว่า ไทยสาละวันเตี้ยลงทุกที จากอันดับ 80 กว่าเป็นอันดับที่ 102 แล้ว ซึ่งเดือนธ.ค.นี้ จะรอดูว่า จะร่วงหล่นหรือดีขึ้น  

“อย่างไรก็ดี เรายังหวั่นใจว่า เมื่อการปฏิรูปเกิดขึ้น ซึ่งมีระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี จะสำเร็จหรือไม่ไม่รู้ แต่โรดแมปกำหนดว่าปีหน้าจะต้องมีการเลือกตั้ง ขณะที่การเลือกตั้งก็ไม่รู้ว่าการเมืองเก่าจะกลับมาหรือไม่ เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวังว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อเข้ามาแล้วจะทำอะไรในเชิงที่เปลี่ยนแปลง ไมใช่เปลี่ยนแต่สัญลักษณ์ ถ้าดูภาพก่อนที่จะมีคสช. ชายหาดทั้งหลายสกปรก แต่พอคสช. เข้ามามีการจัดระเบียบใหม่ คนมองเห็นภาพว่า การจัดระเบียบเป็นสิ่งดีงาม เช่นเดียวกับเรื่องทุจริตที่ต้องจัดระเบียบเช่นเดียวกัน” นายวิชา กล่าว

นายวิชา กล่าวอีกว่า การโกงเหมือนขยะของประเทศ ไม่ใช่ขยะชายหาด แต่ขยะดังกล่าวสุมอยู่ในประเทศเรามายาวนานมาก เป็นขยะความคิด ขยะทัศนคติ ทำให้เราต้องต่ำเตี้ยลงในสายตาประชาคมโลก คนไทยเต็มไปด้วยระบบอุปถัมถ์ ถ้ารู้จักกันจะวิ่งเต้น ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เอาลูกหลานที่ไมมีความสามารถมาทำงาน แต่ไม่สามารถบริหารจัดการบ้านเมืองไปได้ ดังนั้น เราต้องตัดแนวความคิดเรื่องทุจริตไม่เป็นไรออกไปให้ได้  ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญเรื่องการศึกษาที่ให้ประชาชนเรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด เป็นการสร้างองค์ความรู้ ขณะนี้เรามีป.ป.ช.จังหวัดครบ 77 จังหวัดแล้ว ต่อไปหากมีการชี้มูลองค์กรที่ทุจริต ไม่ว่าจะเป็น อบต. อปท. เทศบาล เราจะแพร่กระจายองค์ความรู้ไปยังชุมชนนั้นๆ ทันที เพื่อให้ประชาชนรู้ว่าขณะนี้งบประมาณของท่านถูกเจียดไปเข้ากระเป๋านักการเมืองเท่าไร

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภาคราชการต้องรู้บทบาทตัวเองป็นสำคัญ เมื่อตัดสินใจเข้ามารับราชการ ต้องเสียสละ หากเข้ามาแล้วไม่รู้จักหน้าที่ตนเองถือว่าผิดตั้งแต่ต้น จะหวังมาวางอำนาจบาตรใหญ่ ฉกฉวยโอกาส อยากมีอำนาจวาสนาแบบสุดโต่ง บ้านเมืองจะเกิดความไม่เรียบร้อย ประเทศชาติดำรงความสง่างามมาตลอด เพิ่งจะมีระยะหลังที่ระบบระเบียบการปกครองขาดความถูกต้องและไม่เหมาะสม ผู้คนจึงลอกเลียนแบบอย่างที่ไม่ดี ระบบในช่วงหลัง ขาดการยึดเหนี่ยวเรื่องธรรมภิบาล การเมืองมาครอบงำ ทำได้แม้กระทั่งเอาการเมืองมาแบ่งแยกผู้คน ไม่มีที่ไหนเขาทำกัน ซึ่งชาติต้องมาก่อน การเมืองมาทีหลัง เราต้องสร้างความรักชาติในหมู่พลเมืองให้เกิดขึ้น แล้วให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ช่วยกันทำหน้าที่เป็นสถาปนิกใหญช่วยกันสเก็ตซ์ภาพบ้านเมืองไทยให้ดี ให้เป็นที่พึงปรารถนา

“ข้าราชการต้องอยู่จนเกษียณอายุราชการ หากทุจริตจะทำให้ต้องพ้นจากหน้าที่ เป็นมลทินติดตามครอบครัวและตระกูลไปตลอด จึงอยากให้ยึดมั่นกฎระเบียบที่ถูกต้อง การเมืองมาแล้วก็ไป ไม่จีรังยั่งยืน อย่างเรื่องข้าว หากมองในเชิงความถูกต้อง ความสุจริต และยุติธรรม เขาจะไม่ทำกันโครงการนี้ เพราะก่อให้เกิดความเสียหายมาก โดยเฉพาะกับเกษตรกร ชาวนา ซึ่งถือเป็นผู้ทีมีบุญคุณต่อประเทศไทย ที่ผ่านมาข้าวไทยขึ้นชื่อมากในต่างประเทศ แต่ก็ต้องมาเกิดปัญหา ดังนั้น ข้าราชการต้องค้านบ้างหากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ตามใจทุกเรื่อง พูดด้วยเหตุผล เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็อีกเรื่องหนึ่ง”ม.ล.ปนัดดา กล่าว

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก