posttoday
คลังยกร่างแผนส่งแบงก์รัฐช่วยรากหญ้าไม่แข่งเอกชน

คลังยกร่างแผนส่งแบงก์รัฐช่วยรากหญ้าไม่แข่งเอกชน

31 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — คลังเตรียมยกร่างแผนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ตกรอบเดินหน้าสนองนโยบายรัฐ ช่วยคนด้อยโอกาส ลดบทบาทการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ และการแข่งขันกันเอง

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเดินหน้าเรื่องแผนพัฒนาสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ การพัฒนาบทบาทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่อเติมเต็มช่องว่างในระบบการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้มีความเหมาะสมชัดเจน และลดความทับซ้อนในการดำเนินงาน และการเติมเต็มช่องว่างของสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับยุทธศาสตร์ที่ 2 ได้แก่ การพัฒนาการดำเนินงานในการเติมเต็มช่องว่างของสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้มีประสิทธิภาพ โดยจะให้ความสำคัญที่เรื่องของการพัฒนาระบบกำกับดูแลและการพัฒนาระบบตรวจสอบ ติดตามประเมินผล และการพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานกำกับ และยุทธศาสตร์ที่ 3 ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารความเสี่ยง ด้านบุคลากร ด้านกฎหมาย ด้านประชาสัมพันธ์ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนาศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะมีการตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินเฉพาะกิจขึ้นเพื่อดำเนินการตามยุทธศาสตร์ โดยจะมีหน้าที่เดียวกับคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยจะกำกับดูแลในเชิงนโยบายเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น กำหนดความชัดเจนเรื่องหน้าที่ของสถาบันการเงินตามนโยบายรัฐ และการดำเนินการในเชิงพาณิชย์ และดูแลไม่ให้การทำงานทับซ้อนกันระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจด้วยกันเอง และระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจกับธนาคารพาณิชย์ กำกับดูแลให้แต่ละสถาบันการเงินทำแผนกลยุทธ์ให้ไปในแนวทางเดียวกับแผนหลัก บูรณาการการทำงานระหว่างสถาบันการเงินเฉพาะกิจด้วยกัน เพื่อให้มีมาตรฐานและศักยภาพที่ทัดเทียมกัน การให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย การเป็นแหล่งทุนเพื่อการดำเนินการตามนโยบายของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

“อยากให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจช่วยคนรายย่อย คนยากคนจน ไม่ใช่ไปแข่งขันกับแบงก์พาณิชย์ เพราะทางแบงก์พาณิชย์ก็โวยมาว่าแบงก์รัฐได้เปรียบเรื่องต้นทุน ไม่ต้องนำส่งเงิน 0.4% ของยอดเงินฝากให้สถาบันคุ้มครองเงินฝาก และยังต้องดูเรื่องการแข่งขันของธนาคารรัฐด้วยกันอีกอย่าง ธอส. ออมสิน ก็ปล่อยกู้เยอะแยะ จนขณะนี้หลายแบงก์มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ลดลงเหลือที่ระดับ 10% เมื่อเทียบกับของเดิมที่เคยมีอยู่สูงถึง 30%” นายสถิตย์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ