posttoday
โชว์ทรัพย์สินท็อปบู๊ต...หนาว

โชว์ทรัพย์สินท็อปบู๊ต...หนาว

14 สิงหาคม 2557

กลายเป็นประเด็นไม่น้อยสำหรับการจุดประเด็นเกี่ยวกับการแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นประเด็นไม่น้อยสำหรับการจุดประเด็นเกี่ยวกับการแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

โดยเวลานี้มีการวิจารณ์อย่างมากว่า สนช.จะต้องดำเนินการดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ไม่ได้กำหนดสภาพบังคับที่ให้ สนช.ต้องปฏิบัติตามเอาไว้เหมือนกับรัฐธรรมนูญในสภาพปกติ

หัวใจสำคัญของเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่การจะต้องยื่นต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเมื่อยื่นแล้ว ป.ป.ช.จะทำการเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือไม่มากกว่า

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 คณะกรรมการ ป.ป.ช.ในขณะนั้น ได้มีความเห็นร่วมกันว่าคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องเปิดเผยรายการทรัพย์สินเช่นเดียวกับสมาชิก สนช. ที่จะต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช.เหมือนกัน เพียงแต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย

กล่าวคือ ป.ป.ช.ได้ทำการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อสาธารณะ แต่กลับไม่เปิดเผยในส่วนของ สนช.ต่อสาธารณะ หมายความว่าเมื่อ สนช.ได้แสดงรายการทรัพย์สินที่ตัวเองมีต่อ ป.ป.ช.แล้วทุกอย่างก็จบ โดยไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

ครั้งนั้น ป.ป.ช.ให้เหตุผลว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 บัญญัติให้ ป.ป.ช.มีอำนาจเปิดเผยรายการบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะเฉพาะกรณีของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเท่านั้น จึงทำให้ ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สินของ สนช. ซึ่งทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาให้สาธารณะรับทราบไม่ได้

แต่มาเที่ยวนี้ในกฎหมาย ป.ป.ช.ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2554) ที่มีบทบัญญัติที่นำไปสู่การตีความได้ว่า ป.ป.ช.ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก สนช.ในฐานะผู้ทำหน้าที่ สส.และ สว.ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ในปัจจุบันจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ

“บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ครบกำหนดต้องยื่นบัญชีดังกล่าว” สาระสำคัญในมาตรา 35 ของพระราชบัญญัติ

เท่ากับว่า สนช.และคณะรัฐมนตรีคงไม่อาจหนีภาระทางการเมืองนี้ไปได้ ส่งผลให้ประชาชนได้มีโอกาสรู้เกี่ยวกับบิ๊กทหารทั้งหลายที่เข้ามาเป็น สนช.และรัฐมนตรี โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งกำลังจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จะมีเงินในกระเป๋าตังค์เท่าไร

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงอยู่เช่นกัน คือ การแสดงบัญชีทรัพย์สินของ คสช.

“หาก คสช.ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจทางการเมืองและต้องทำงานควบคู่กับทั้งสามสถาบัน มีเจตนาที่บริสุทธิ์ในการเข้ามาทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ก็ควรเป็นสถาบันที่แสดงเจตนาบริสุทธิ์เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินก่อนสถาบันอื่น ซึ่งไม่ใช่ป้องกันการทุจริต แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบของบุคคลผู้มาบริหารประเทศ” ท่าทีจาก ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น

สำหรับบิ๊กทหารที่มีตำแหน่งบริหารงานใน คสช.อย่างเป็นทางการมีด้วยกัน 6 คน ตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 6/2557 ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ 2.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รองหัวหน้า คสช. 3.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ รองหัวหน้า คสช. 4. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้า คสช. 5.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองหัวหน้า คสช. และ 6. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เลขาธิการ คสช.

แต่ถึงกระนั้นต้องยอมรับประการหนึ่งว่าข้อเสนอของประมนต์มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติเพียงครึ่งเดียว โดยมีความเป็นไปได้เฉพาะการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เท่านั้น ส่วนการนำบัญชีทรัพย์สินดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะนั้นไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากกฎหมายของ ป.ป.ช.กำหนดสภาพบังคับแค่การให้ผู้นำเหล่าทัพยื่นรายการทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เพียงอย่างเดียว โดย ป.ป.ช.จะเปิดเผยต่อสาธารณะไม่ได้

เว้นเสียแต่บิ๊ก คสช.คนใดคนหนึ่งหรือทั้ง 6 คนจะได้เป็นรัฐมนตรี ถึงจะเข้าข่ายที่ ป.ป.ช.จะใช้อำนาจเปิดเผยทรัพย์สินต่อสาธารณะได้

ทั้งนี้ การจะทำให้ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดความเป็นรูปธรรมโดยสมบูรณ์ในแบบที่ไม่ต้องรอให้ผู้บริหาร คสช.ไปเป็นรัฐมนตรีมีเพียงทางเดียว คือ คสช.ออกประกาศเพื่อแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. เหมือนกับที่ได้ใช้อำนาจรัฎฐาธิปัตย์โยกย้ายข้าราชการและแก้ไขกฎหมายสำคัญหลายฉบับก่อนหน้านี้

ไม่มีใครรู้ว่าจะกล้าพอสำหรับการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ว่านั้นหรือไม่ ซึ่งการตัดสินใจในกรณีนี้ล้วนมีผลต่อ คสช.ในการรับดอกไม้และก้อนอิฐแทบทั้งสิ้น

แน่นอนว่าหาก คสช.สร้างมาตรฐานใหม่ขึ้นมาย่อมเป็นเรื่องที่ คสช.ต้องได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม รวมทั้งสร้างเกราะคุ้มกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเรื่องธรรมาภิบาลได้อีก

ในทางกลับกัน ถ้า คสช.เลือกการใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวก็เป็นเรื่องที่ คสช.ต้องรับมือกับความชอบธรรมที่อาจหดหายไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการสร้างที่ทำให้ทุกฝ่ายยอมรับการปฏิรูปประเทศภายใต้โรดแมปของ คสช. เพราะ คสช.จะถูกกล่าวหาว่ากลัวถูกการตรวจสอบจากสาธารณะในกรณีที่ปรากฏว่ามีฐานะทางการเงินสูงผิดปกติ

ดังนั้น การตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งของ คสช.ต่อกรณีนี้ อาจมีผลต่อการปฏิรูปประเทศในการคืนความสุขให้กับประชาชนก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว