posttoday
อาเซียนเงียบประเด็นการเมืองไทย

อาเซียนเงียบประเด็นการเมืองไทย

13 สิงหาคม 2557

ถึงแม้กลุ่มประเทศซีกโลกตะวันตกนำโดยสหรัฐจะออกมาวิจารณ์กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และขู่ว่าอาจจะใช้มาตรการกดดันบางอย่างให้ไทยจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด กระนั้นกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กลับเลือกที่จะยังไม่แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

ถึงแม้กลุ่มประเทศซีกโลกตะวันตกนำโดยสหรัฐจะออกมาวิจารณ์กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และขู่ว่าอาจจะใช้มาตรการกดดันบางอย่างให้ไทยจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด กระนั้นกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กลับเลือกที่จะยังไม่แสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

เป็นที่น่าสังเกตว่า ประเทศในอาเซียนแสดงท่าทีต่อการยึดอำนาจในครั้งนี้ ต่างจากการเข้าควบคุมอำนาจรัฐบาลของกองทัพในปี 2006 ซึ่งได้กระตุ้นให้อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ต่างตบเท้าออกมาแสดงความกังวลกันอย่างถ้วนหน้า ในประเด็นสิทธิมนุษยชน หลักการประชาธิปไตย และรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญ

ไซมอน เตย์ ประธานสถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองอันดับหนึ่งของอาเซียน ได้เขียนบทความเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ทูเดย์ ของสิงคโปร์ ระบุว่า ที่ชาติสมาชิกอาเซียนยังคงสงวนท่าทีต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

เหตุผลข้อแรก ปฏิเสธไม่ได้ว่าการควบคุมอำนาจรัฐบาลของ คสช.ได้มีการคิดกระทำอย่างรอบคอบแล้ว ก่อนวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งแต้ระบุว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่สถานการณ์ได้สุกงอมเต็มที่หลังจากประเทศไทยต้องเผชิญกับการประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่ม จนทำให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการเมือง และเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

เหตุผลข้อที่สอง เตย์แสดงทัศนะว่าถึงแม้สมาชิกอาเซียนจะส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย แต่ก็ยังคงรอดูการบริหารของ คสช.อยู่ เนื่องจากในอดีตการแทรกแซงของกองทัพไทยมักมีจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกันคือ การฟื้นฟูความมีเสถียรภาพและการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด ซึ่งหากภารกิจดังกล่าวสำเร็จ ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญที่ได้รับการชำระใหม่ตามหลักการประชาธิปไตย

“ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการเข้าแทรกแซงครั้งนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว” เตย์ กล่าว

สิ่งบ่งชี้อีกอย่างคือ การที่คนไทยส่วนใหญ่ให้การยอมรับ คสช. โดยจากผลสำรวจระบุว่ากว่า 80% ของคนไทยทั้งประเทศที่ระบุว่า คสช.ควรเป็นผู้เข้ามาดูแลกระบวนการปฏิรูป ขณะที่อีกกว่า 2 ใน 3 ระบุว่า ปัจจุบันรู้สึกมีความสุขกว่าช่วงก่อนการแทรกแซงของกองทัพ ถึงแม้จะมีกลุ่มเล็กๆ ออกมาต่อต้านก็ตาม

สำหรับเหตุผลสุดท้าย ประเทศไทยถือว่ามีบทบาทสำคัญในระดับภูมิภาคของอาเซียน ทั้งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และเป็นผู้เล่นหลักในการประสานให้สมาชิกอาเซียนรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี 2015 นี้ นอกจากนี้ไทยยังรับบทบาทผู้ประสานความเข้าใจระหว่างสมาชิกอาเซียนกับจีน ในประเด็นปัญหาเรื่องเขตแดนทะเลจีนใต้ พร้อมกับยังมีความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่มั่นคงกับสหรัฐ และเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการลงทุนของญี่ปุ่น ด้วยสถานะของไทยบนเวทีโลกทำให้ประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างระมัดระวังการแสดงความเห็นต่อสถานการณ์ในไทย

แต้ทิ้งท้ายไว้ว่า อาเซียนเข้าใจดีว่าประเทศไทยกำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนผ่านของการพัฒนาทางการเมือง อย่างไรก็ดีชาติสมาชิกอาเซียนยังไม่ทิ้งหลักการประชาธิปไตย หากสถานการณ์ในไทยเปลี่ยนไป อาเซียนพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนท่าทีได้เสมอ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน