posttoday
ยุโรปกระอักศึกคว่ำบาตรซ้ำเติมเงินฝืด ฉุด ศก.ถดถอย

ยุโรปกระอักศึกคว่ำบาตรซ้ำเติมเงินฝืด ฉุด ศก.ถดถอย

12 สิงหาคม 2557

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ส่งผลกระเทือนต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะต่อกลุ่มประเทศผู้ใช้สกุลเงินยูโร (ยูโรโซน) อย่างรวดเร็วและอย่างมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ กรณีการประกาศยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียล่าสุดตามสหรัฐ ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าไปที่ภาคเศรษฐกิจของแดนหมีขาวเป็นหลัก

เหตุผลเพราะหลังประกาศใช้ได้ไม่นาน ตัวเลขที่สะท้อนถึงการขยายตัวเติบโต หรือการฟื้นตัวของภูมิภาคแห่งนี้กลับปรับลดชะลอตัวลงส่งสัญญาณร้ายซ้ำเติมเศรษฐกิจยุโรปที่เปราะบางอยู่แล้วอีกครั้ง

กระทั่ง นักวิเคราะห์หลายสำนักลงความเห็นสอดคล้องกันว่า จากเดิมที่เศรษฐกิจยุโรป ปีนี้มีความเสี่ยงเรื่องภาวะเงินฝืดอยู่ก่อนแล้ว มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจะยิ่งเป็นปัจจัยทำให้ภาวะเงินฝืดของยุโรป โดยเฉพาะยูโรโซน รุนแรงหนักหน่วงเทียบเท่าวิกฤตหนี้สาธารณะเมื่อช่วงหลายปีก่อนหน้า รวมถึงส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกระลอก

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ก็คือ มาตรการคว่ำบาตรที่งัดขึ้นมาใช้เพื่อให้รัสเซียเจ็บ กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เศรษฐกิจของยุโรปเจ็บหนักไม่แพ้กัน เนื่องจากการคว่ำบาตรครั้งนี้จะเป็นตัวเร่งภาวะเงินฝืดและภาวะเศรษฐกิจถดถอยของยุโรปให้เกิดขึ้นรุนแรงกว่าที่คาดการณ์กันไว้

แต่เดิมเศรษฐกิจของยุโรปยังไม่สามารถ ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากวิกฤตหนี้สาธารณะและภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่อช่วงหลายปีก่อนอยู่แล้ว ยืนยันได้จากตัวเลขการเติบโตในช่วง 2 ไตรมาสของปีนี้ ที่ภาพรวมของอียูปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจของยุโรปยังคงหนีไม่พ้นความย่ำแย่เสียทีก็คือ ภาวะเงินเฟ้อ ที่ไม่ว่าธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) จะงัดมาตรการใดออกมากระตุ้น ตัวเลขเงินเฟ้อก็ยังไม่กระเตื้องตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ 2% แถม ยังมีแนวโน้มว่าจะแย่ยิ่งกว่าเดิม เนื่องจากนักวิเคราะห์ระบุว่า ภาวะเงินเฟ้อในยูโรโซน อยู่ในระดับต่ำมากจนน่าจะเข้าขั้นภาวะเงินฝืด ด้วยปริมาณการบริโภคใช้จ่ายเงินภายในภูมิภาค ทั้งหมดยังคงอ่อนแอ

เรียกได้ว่า ต่อให้ไม่มีสถานการณ์ทางลบใดๆ เพิ่มเติมเข้ามา เศรษฐกิจของยูโรโซนปีนี้ ก็ไม่สามารถคาดหวังอะไรได้มากนักอยู่แล้ว

ทว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียบังคับใช้ได้ไม่นาน เยอรมนี ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ตัวเลขสั่งซื้อของภาคอุตสาหกรรมการผลิตลดลงถึง 3.2% ในเดือน มิ.ย. ต่อเนื่องจากเดือน พ.ค. ก่อนหน้าที่ปรับตัวลง 1.6%

ขณะที่ อิตาลี ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของภูมิภาคก็ส่งสัญญาณภาวะถดถอย โดยการขยายตัวของประเทศ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องกันในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยติดลบไป 0.2% ทั้งๆ ที่เพิ่งจะก้าวออกจากภาวะถดถอยเมื่อช่วงสิ้นปี 2013 เท่านั้น

รายงานข้างต้นยังสอดคล้องกับผลสำรวจบรรยากาศความเชื่อมั่นของนักธุรกิจในเยอรมนีที่พบว่าความเชื่อมั่นลดลงและความวิตกกังวลมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่เกรงว่าผลกระทบจากวิกฤตยูเครนและมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าของภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเยอรมนีที่เศรษฐกิจ ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก

ยอร์ก แครเมอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากคอมเมิร์ซแบงก์ ระบุชัดว่า วิกฤตยูเครนมีส่วนทำให้คำสั่งซื้อในภาคการผลิตเยอรมนีลดลงในเดือน มิ.ย. และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของ นักธุรกิจ

ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับ ฮอลเจอร์ ชเมียดิง จากเบอร์เรนเบิร์ก อีโคโนมิกส์ ซึ่งอธิบายว่า การขับเคลื่อนของเศรษฐกิจส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ เพราะฉะนั้นหากนักธุรกิจกลัว ไม่เชื่อมั่น การลงทุนก็จะไม่เกิด และเศรษฐกิจก็จะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

นอกจากนี้ การคว่ำบาตรยังเริ่มสำแดงเดชใส่เศรษฐกิจของยุโรป โดยเฉพาะภาคการเกษตร หลังพญาหมีขาวสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการงัดแผนคว่ำบาตรขึ้นมาตอบโต้จริง ทำให้ผัก และผลไม้ของยุโรปไม่สามารถส่งออกไปยังรัสเซียได้

ไมเคิล อีวาโนวิทช์ ประธานเอ็มเอสไอ โกลบอล บริษัทวิจัยเศรษฐกิจในนิวยอร์ก ระบุว่า สำหรับภาคการเกษตรของยุโรป รัสเซียคือตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 โดยมีมูลค่าการค้าประจำปีที่ 1.2 หมื่นล้านยูโร หรือ 10% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่บรรดา สื่อยุโรปในหลายประเทศเริ่มหันมาจับตามองประเด็นสินค้าเกษตร ขณะที่บรรดาตัวแทน ชาวนาชาวไร่ในยุโรป เช่น ฝรั่งเศสและเยอรมนี ต่างลุกขึ้นมาออกโรงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการป้องกันผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของรัสเซีย ด้วยเกรงว่าปริมาณผักผลไม้ที่มีมากเกินไปในตลาดเนื่องจากส่งออกไม่ได้ จะทำให้ราคาตกต่ำ

ขณะเดียวกัน หากราคาตกต่ำจริง นักวิเคราะห์หลายสำนัก ระบุว่า รัฐบาลของยุโรปจะเดือดร้อนอย่างมาก เพราะแต่เดิมนโยบายของรัฐบาลในยุโรปส่วนใหญ่ค่อนข้างเอาใจชาวนาชาวไร่พอสมควร เห็นได้จากการใช้มาตรการอุดหนุนสินค้าเกษตร ทำให้ใน ท้ายที่สุดรัฐบาลยุโรปดูจะไม่สามารถหลีกหนี ผลกระทบจากการคว่ำบาตรพ้น แถมยังต้องรับภาระโดยตรงแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วน รวมถึงอีวาโนวิทช์ เห็นตรงกันว่า แนวโน้มความเสี่ยงของเศรษฐกิจยุโรปในครั้งนี้ ส่วนหนึ่ง ต้องโทษว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลยุโรปเอง เพราะจริงๆ แล้วรัสเซียส่งสัญญาณด้วยการออกมาขู่หลายครั้งแล้วว่าจะใช้แผน คว่ำบาตรออกมาตอบโต้แน่ แต่รัฐบาลยุโรปกลับนิ่งเฉย ไม่ใส่ใจที่จะเตรียมตัวหาแผน รับมือเผื่อไว้เอง จนทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคยุโรปโดยรวมต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ครั้งใหญ่นี้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ ประเมินว่า รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนช่วงปลายสัปดาห์นี้ จีดีพีมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างน้อยที่สุด ราว 0.1% ขณะที่ผลสำรวจความเห็น นักเศรษฐศาสตร์ของรอยเตอร์สประเมินว่า รายงานจีดีพีของยุโรปจะสะท้อนให้เห็นว่าต่อให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) เศรษฐกิจของยุโรปก็ยังคง ไม่สามารถขยายตัวเติบโตได้ตามที่คาดการณ์คาดหวังกันไว้

ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจที่โตช้ามาก ตัวเลขว่างงานยังอยู่ในระดับสูง ภาคธุรกิจยังขาดความเชื่อมั่น การบริโภคยังมีน้อยทำให้เงินเฟ้อไม่ขยับและปรับเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ก็อาจกล่าวได้ว่า เศรษฐกิจของยุโรปกำลัง เดินหน้าเข้าสู่วิกฤตอีกครั้ง

แถมที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือ ภูมิภาคยุโรป ในขณะนี้แทบจะไม่เหลือเครื่องมือใดๆ ในการรับมือนอกจากนโยบายทางการเงินของอีซีบี ที่ช่วยไม่ได้มากนัก พิสูจน์ได้จากการบังคับใช้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ศึกคว่ำบาตรครั้งนี้ จึงมีท่าทีว่ายุโรปจะ เจ็บหนักไม่แพ้รัสเซีย หรือเผลอๆ อาจมากกว่ารัสเซียที่ขณะนี้เร่งเครื่องหาพันธมิตรการค้าในเอเชียอย่างคึกคัก

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว