
เหยื่อตึกถล่มตายเพิ่ม1รายเร่งช่วยหนุ่มวัย24
คนงานก่อสร้างถูกคานตึกทับเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยหนุ่มวัย 24 ติดใต้ซากอาคาร รวมตาย 3 ติดใต้ซากอีก 6
คนงานก่อสร้างถูกคานตึกทับเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่เร่งช่วยหนุ่มวัย 24 ติดใต้ซากอาคาร รวมตาย 3 ติดใต้ซากอีก 6
เมื่อวันที่ 12 ส.ค. เวลา 12.10 น. ทหารหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด นายอำเภอ นายกอบจ. รองอธิบดีกรกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการประชุมวางแผนการให้ความช่วยเหลือ จากเหตุการอาคารสูง 6 ชั้นที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่ม ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยจะช่วยผู้ที่คาดว่ายังมีชีวิตอยู่ ที่จะมีการใช้เครื่องเจาะจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาให้มีพื้นช่องว่าง และพยายามไม่ใช่รถใหญ่ในการกระทบกับร่างผู้ประสบภัย ซึ่งในที่ประชุม ได้มีการสำรวจอุปกรณ์การช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถเครน รถบรรทุก10ตัน รถบดตัดเหล็ก รถตัก แบคโฮ
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารที่เข้าดำเนินการช่วยเหลือประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาคที่ 1 โดยกองพลพัฒนาที่ 1 ทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ เจ้าหน้าที่จากกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่2 เจ้าหน้าที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู หน่วยแพทย์ รวมประมาณ 249 นาย
นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กรณีคอนโดมิเนียมอยู่ระหว่างก่อสร้าง 6 ชั้น ที่คลอง 6 อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ถล่มว่า สธ.ได้ตั้งจุดบัญชาการที่จุดอำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยให้สำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน วางระบบการบริหารจัดการดูแลแก้ไขปัญหาใกล้ชิด
ขณะที่การช่วยเหลือผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิต 1 รายชื่อ นายเชษฐา กัมพูชาติ ชาว จ.บุรีรัมย์ อายุ 40 ปี คนงานก่อสร้าง ถูกคานของอาคารทับ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กำลังให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใต้ซากอาคาร 1 ราย คือ นายกล้าณรงค์ ปราบภัย อายุ24 ปี ซึ่งยังสามารถสื่อสารโต้ตอบกับทีมเจ้าหน้าที่ได้
นางประทีป อรุณศรี มารดาของ นายกล้าณรงค์ กล่าวว่า พึ่งได้รับทราบข่าว เนื่องจากญาติที่ร่วมทำงานโทรมาแจ้ง ซึ่งส่วนตัวทำงานอยู่ที่พัทยา พอทราบเรื่องได้เดินทางมาทันที อย่างไรก็ตามส่วนตัวยังคงมีกำลังใจดีอยู่ และหวังว่าบุตรชายจะรอดเหตุการณ์ครั้งนี้ แม้นิสัยส่วนตัวของบุตรชายจะดื้อแต่ก็ยังคงเป็นลูก ซึ่งส่วนตัวจะอยู่จนกว่าจะช่วยเหลือนายกล้าณรงค์ออกมาได้
ด้าน นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า การช่วยเหลือในขณะนี้จะเน้นช่วยเหลือนายกล้าณรงค์ก่อน เนื่องจากตรงจุดอื่น ไม่ทีสัญญาณชีพของผู้อื่นแล้ว จึงมีความเป็นไปได้เมื่อนายกล้าณรงค์ปลอดภัย จะใช้รถเครนขนาดใหญ่ในการค้นหา ซึ่งจะรวดเร็วกว่าใช้เจ้าหน้าที่กู้ภัยในการทำงาน รวมถึงมีรายงานว่าปล่องลิฟต์เริ่มมีการยุบตัวจากส่วนฐาน ทำให้มีการเข้มงวดในการกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ให้ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเสี่ยงว่าปล่องลิฟต์จะมีการถล่มลงมาอีกครั้ง
นอกจากนี้ มีญาติของ นาย ธวัชชัย สุขสม และนายดนัย สุขสม 2พี่น้องที่ยังติดอยู่ภายใต้ซากอาคาร เดินทางมาจากจ.กำแพงเพชร เพื่อติดตามความคืบหน้า ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า ภรรยาของนายธวัชชัย ขณะนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ดังกล่าว รักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนผู้เสียชีวิต ที่เป็นแม่และลูกชายวัย4ขวบ ที่ได้รับการนำศพออกมาจากซากอาคารเมื่อคืนนี้ ขณะนี้ทราบว่าเป็นลูกและภรรยาของนายดนัย สุขสม
สำหรับยอดผู้ประสบภัยล่าสุดมีทั้งสิ้น 33 ราย แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว 24 ราย เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ นางอ้วน สัญชาติไทย, บุตรชายนางอ้วนอายุ 4 ขวบ สัญชาติไทย และนายเชษฐา ขณะที่ยังมีผู้ติดใต้ซากอาคาร 6 ราย







