
ปปท.ผงะงบฟื้นฟูภับพิบัติทุจริตแสนล้านต่อปี
เลขาฯ ป.ป.ท.เผยหน่วยราชการรุมทึ้งงบภัยพิบัติฉุกเฉิน พบยอดความสูญเสียจากการใช้งบร่วมแสนล้านบาทต่อปี
เลขาฯ ป.ป.ท.เผยหน่วยราชการรุมทึ้งงบภัยพิบัติฉุกเฉิน พบยอดความสูญเสียจากการใช้งบร่วมแสนล้านบาทต่อปี
ประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) แถลงว่า ป.ป.ท.ตั้งเป้าทำงานภายใน 3 เดือนจากนี้ ต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาทุจริตให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้ 1 เดือนแรก หลังมี คสช. ป.ป.ท.เน้นตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งปฏิบัติการไปแล้ว 17 ครั้ง อยู่ระหว่างดำเนินการเพิกถอนเรียกคืนพื้นที่ให้รัฐเกือบ 3,000 ไร่ หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนอีก 2 เดือน ป.ป.ท.ตั้งเป้าตรวจสอบการใช้งบภัยพิบัติฉุกเฉินทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละปีมีการใช้งบเยียวยาฟื้นฟูไปมากกว่าแสนล้านบาท และพบมีการร้องเรียนทุจริตใช้งบเป็นจำนวนมากโดยเรื่องร้องเรียนที่ส่งเข้ามาให้ ป.ป.ท.เป็นเรื่องที่มีมูลทุจริตจริงมากถึง 80%
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า จากตรวจสอบปัญหาดังกล่าวย้อนหลัง 45 ปี พบยอดความสูญเสียจากการใช้งบประมาณฟื้นฟูและเยียวยาเฉลี่ยปีละ 1 แสนล้านบาท ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ การตรวจสอบพื้นที่ที่น้ำยังไม่ท่วม เป็นการตรวจสอบก่อนเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุการณ์ และหลังเหตุการณ์ โดย ป.ป.ท.จะขอข้อมูลย้อนหลังจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แยกเป็นรายจังหวัด อำเภอ ตำบล รวมทั้งการใช้งบประมาณที่ผ่านมาทั้งหมด รวมทั้งนำข้อมูลพื้นที่เกิดเหตุน้ำท่วมซ้ำซากเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เบื้องต้นพบมีประมาณ 50 จังหวัดที่น้ำท่วมซ้ำซาก
นอกจากนี้ ป.ป.ท.กำลังปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อสะสางเรื่องร้องเรียนที่ค้างจำนวนมาก ซึ่งหลังจากนี้หากเป็นเรื่องร้องเรียนทุจริตจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน และเมื่อรับไต่สวนแล้วจะส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบความผิดทางวินัยทันที แต่หากเป็นกรณีเกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่จะส่งข้อมูลตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเพื่อลงโทษอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดคดีค้าง และ ป.ป.ท.จะขยายเวลาให้หน่วยงานรัฐส่งความผิดทางวินัยของเจ้าหน้าที่รัฐมาให้ ป.ป.ท.จนถึงวันที่ 31 ส.ค จากเดิม 31 ก.ค.
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้หน่วยราชการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ พบว่า หลายหน่วยงานได้ทยอยส่งผลสอบวินัยข้าราชการที่กระทำความผิดมาแล้ว 67 หน่วยงานจากทั้งหมด 172 หน่วยงาน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบการกระทำผิดของข้าราชการมากสุด คือ การยักยอกทรัพย์และเบียดบังเงินราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปลอมแปลงเอกสาร เบิกจ่ายงบประมาณไม่ถูกต้อง เรียกรับเงิน และรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ หน่วยงานที่พบว่ามีการร้องเรียนเรื่องทุจริตมากสุด คือ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ตามลำดับ ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพบมีเรื่องอยู่ระหว่างไต่สวน 12 เรื่อง และเป็นกรณีสอบสวนการบุกรุกที่ดิน 34 เรื่อง
เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งจาก คสช. พบว่า ประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนมาที่ ป.ป.ท.จำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมมีเรื่องร้องเรียนเฉลี่ยเดือนละ 10 เรื่อง แต่ปัจจุบันเฉพาะเดือน ก.ค. มีเรื่องร้องเรียนมากถึง 341 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีเรื่องร้องเรียนที่ส่งต่อมาจาก คสช.กว่า 10 เรื่อง บางส่วนมาจาก กอ.รมน.จังหวัดด้วย







