
เอาผิดคลินิกอุ้มบุญ “น้องแกมมี่” ย้ำโทษสูงสุดถึงถอนใบอนุญาตฯ
พบคลินิกอุ้มบุญย่านถ.เพชรบุรี มีแพทย์กว่า 20 คน อุ้มบุญแล้วกว่า 100 เคส สบส.ส่งดำเนินคดีแล้ว
พบคลินิกอุ้มบุญย่านถ.เพชรบุรี มีแพทย์กว่า 20 คน อุ้มบุญแล้วกว่า 100 เคส สบส.ส่งดำเนินคดีแล้ว
วันที่ 7 ส.ค. น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานพยาบาล S.A.R.T. ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งเป็นคลินิกรับอุ้มบุญน้องแกมมี่ พบว่า ขึ้นทะเบียนคลินิกถูกต้องตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และแพทย์ที่ดำเนินการทำอุ้มบุญก็ได้รับอนุญาตจากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ได้กระทำการขัดต่อประกาศแพทยสภา เนื่องจากประกาศระบุไว้ว่า ผู้อุ้มบุญแทนต้องเป็นญาติของคู่สามี-ภรรยาเท่านั้น และต้องไม่มีการจ่ายเงิน หรือว่าจ้างให้อุ้มท้องแทน โดยคลินิกถือว่าทำผิดชัดเจน เนื่องจากเปิดให้บริการอุ้มบุญโดยเฉพาะ มีแพทย์เฉพาะทางกว่า 10-20 คน รวมถึงอุ้มบุญไปแล้วมากกว่า 100 ครั้ง
อธิบดีสบส. กล่าวอีกว่า การตรวจสอบยังพบด้วยว่า แพทย์ที่อุ้มบุญน้องแกรมมี่ มีประวัติทำอุ้มบุญให้กับหญิงคนอื่นอีในอีกหลายกรณี ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องตรวจสอบแพทย์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคลินิก และขยายผลต่อไปว่าเคสก่อนหน้านั้นขัดต่อประกาศแพทยสภาหรือไม่ ซึ่งหากพบมีความผิดก็จะมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาติในการประกอบวิชาชีพ
“เบื้องต้นได้เอาผิดตามกฎหมายกับผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนคลินิก S.A.R.T ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรา 34(2) พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยยังไม่ได้เป็นความผิดทางอาญา เว้นแต่ว่าจะมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บรุนแรง เช่น แม่และเด็กพิการหรือเสียชิวีต จึงจะเข้าข่าย นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียนคลินิกเป็นแพทย์ จึงมีความผิดด้านจริยธรรมทางการแพทย์ และต้องส่งเรื่องให้แพทยสภาลงโทษ และแพทย์ที่อุ้มบุญน้องแกรมมี่ ได้ส่งชื่อให้แพทยสภาตรวจสอบเรื่องจริยธรรม เพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่อไป” นต.นพ.บุญเรืองกล่าว
อธิบดีสบส. กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ จะตรวจสอบสถานพยาบาลที่ใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือได้รับอนุญาตให้อุ้มบุญอย่างถูกต้อง ทั้งหมด 45 แห่ง ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ 12 แห่ง และแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนกับราชวิทยาลัยสูติฯ จำนวน 240 คนว่าได้ปฏิบัติตามประกาศแพทยสภาหรือไม่ โดยหากพบว่าสถานพยาบาลรู้เห็นกับเอเยนต์เพื่อกระทำการขัดประกาศแพทยสภา รวมถึงเข้าข่ายการค้ามนุษย์ ก็คงต้องมีการสั่งปิดสถานพยาบาล และเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีพบเด็กอุ้มบุญอีก 9 คนนั้น นต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพบว่าเป็นการอุ้มบุญผิดกฎหมาย ก็จะเข้าสู่กระบวนการเดียวกัน ขณะที่กระแสข่าวการผ่าคลอดหญิงรับจ้างอุ้มบุญ 7 เดือน เพื่อนำไขสันหลังไปทำเป็นสเต็มเซลล์นั้น จะตรวจสอบโดยด่วน ซึ่งการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ เป็นการให้เลือด และหากผู้รับไม่ใช่สายเลือดกลุ่มเดียวกัน ก็สามารถทำได้ลำบาก จึงต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียด







