
เร่งปราบค้ามนุษย์แฉบริการหญิงปีละหมื่นล้าน
นับตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ปี 2557 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวทั่วไปโพสต์ทูเดย์
นับตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ปี 2557 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยไทยถูกลดอันดับจากกลุ่มประเทศที่ต้องถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด (Tier 2 Watch List) มาอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์ค้ามนุษย์ระดับเลวร้าย (Tier 3) ทำให้กระแสสังคม โดยเฉพาะภาครัฐ ทวีความตระหนักและเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหากันขนานใหญ่
ล่าสุดวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการจัดเวทีสัมมนาเรื่อง “การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ : มุมมองที่แตกต่างระหว่างไทยกับต่างประเทศ” ที่สถาบันวิจัยรพีพัฒนศักดิ์ สำนักงานศาลยุติธรรม โดยมีผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 200 คน
จรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขบวนการค้ามนุษย์มีผลประโยชน์ผิดกฎหมายอย่างมหาศาล จากการสำรวจเฉพาะการค้าบริการสตรี มีผลประโยชน์ปีละกว่าหมื่นล้านบาท และต้องยอมรับว่ากฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 2551 ไม่ครอบคลุมหลายด้าน วันนี้จึงไม่ควรโทษสหรัฐที่ประเมินให้ไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 3 เพราะสิ่งที่ประเมินคือข้อบกพร่องที่ไทยไม่เห็น เช่น การบังคับใช้กฎหมายไม่มีคุณภาพ จับตัวการใหญ่ไม่ได้ ผู้อยู่ในขบวนการไม่ได้รับโทษ สิ่งที่ควรทำจึงต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ปัญหาการใช้กฎหมายคือ 1.การบังคับใช้กฎหมายของไทย สหรัฐบอกว่าไทยไม่ทำให้เต็มที่ ที่ผ่านมาคุณภาพในการดำเนินคดี จับได้แต่ปลาซิวปลาสร้อย นายหน้าหรือเอเยนต์ที่มีเงินมีอิทธิพลจับไม่ได้ 2.เหตุที่ไม่เคยจับผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ผู้สนับสนุน เอเยนต์ นายทุน ก็เพราะมีข้าราชการบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง 3.การสอบสวนคดีลักษณะนี้ ความผิดส่วนหนึ่งเกิดนอกราชอาณาจักร ซึ่งกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 บอกว่า อัยการสูงสุดเท่านั้นเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ซึ่งอาจมอบหมายให้อัยการหรือพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแทน ขั้นตอนนี้ใช้เวลานานถึง 6 เดือน” จรัญ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนเรื่องการฝากขัง การปล่อยชั่วคราวและอื่นๆ ซึ่งผู้ต้องหาหลบหนีบ้าง ฟ้องไม่ทัน ต้องปล่อยบ้าง คือเอาระบบยุติธรรมพื้นบ้านมาใช้กับปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือ ให้ศาลยุติธรรมสืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้องคดีและต้องทำกับทุกคดี ต้องไม่ให้ฝ่ายอาชญากรใช้วิธีเลื่อนคดีหรือประวิงคดี หากการพิจารณาในศาลมีประสิทธิภาพรวดเร็ว บังคับคดีเร็ว ก็จะแก้ไขปัญหาได้ ส่วนเรื่องโครงสร้างการปราบปรามการค้ามนุษย์ ไม่ควรให้น้ำหนักไปอยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายอาญา แต่ควรจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะมาดูแล
ด้าน ชัยยงศ์ สัจจิพานนท์ อดีตเอกอัครราชไทยประจำประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ความแตกต่างในการมองปัญหาค้ามนุษย์ระหว่างไทยกับสหรัฐ แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้านนโยบาย สหรัฐจริงจังกับการแก้ปัญหานี้มาก แต่ในไทยยังขาดการสนับสนุนอย่างจริงจัง ด้านกฎหมาย ในสหรัฐวางกรอบที่รัดกุมครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เช่น มีหน่วยงานเฉพาะในการดูแลปัญหาการค้ามนุษย์ แต่ไทยยังไม่มีหน่วยงานเฉพาะ รวมถึงมีคนอีกจำนวนมากยังไม่เข้าใจปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และด้านการปฏิบัติงาน เมื่อนโยบายและกฎหมายไม่ชัด ทำให้การปฏิบัติงานไม่ได้มุ่งเน้นการดำเนินคดีอย่างจริงจัง สังเกตได้จากการจับผู้กระทำความผิด เป็นเพียงผู้ดำเนินการ ไม่ใช่เอเยนต์หรือผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์
ชัยยงศ์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากถูกลดอันดับไปอยู่ Tier 3 แล้ว ไทยน่าจะแก้ไขปัญหาก่อนที่สหรัฐจะมีมาตรการอะไรออกมา ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาเกิดในระดับปฏิบัติ ไม่สามารถป้องกันปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ได้อย่างสหรัฐ อีกทั้งการลงโทษผู้กระทำผิดยังไม่รุนแรง ไม่สามารถป้องกันการหลบหนีเข้าเมือง การลี้ภัย ปัญหาโรฮิงยาได้ ดังนั้นต้องปรับแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น ควรมีการยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ขณะที่ แอนเนต ลินซ์ เจ้าหน้าที่จากองค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมีการค้ามนุษย์จำนวนมาก ในปี 2555 มีผู้เสียหายกว่า 11 ล้านคน มีคนร้าย 7,000 คน ถูกดำเนินคดีจริง 4,000 คน แสดงให้เห็นว่ายากที่จะดำเนินคดีกับคนร้าย แต่จำนวนคดีหรือปริมาณไม่สำคัญเท่าการจับตัวผู้บงการมาลงโทษ







