
เงินเดือนขรก.ขึ้นเม.ย.’58
คลังคาดใช้งบประมาณเพิ่ม2หมื่นล้านธปท.มั่นใจเงินไม่เฟ้อจีดีพีเพิ่มเล็กน้อย
คลังคาดใช้งบประมาณเพิ่ม2หมื่นล้านธปท.มั่นใจเงินไม่เฟ้อจีดีพีเพิ่มเล็กน้อย
คลังรอ ก.พ.ปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการ เลื่อนเงินเดือนใหม่ไปเป็น เม.ย. 2558
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การปรับเงินเดือนข้าราชการ 8% ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คงไม่สามารถทำได้ทันในเดือน ต.ค.นี้ เนื่องจากจะต้องไปหารือกับกรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และฝ่ายเศรษฐกิจของ คสช.ว่าจะเริ่มปรับขึ้นบัญชีเงินเดือนข้าราชการได้เมื่อใด
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มได้ราว เม.ย. 2558 ซึ่งเลื่อนออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มได้ภายใน ต.ค. 2557 เนื่องจากมีกระบวนการหลายขั้นตอนที่ต้องพิจารณาแนวทางหลักคือจะปรับขึ้นบัญชีเงินเดือนข้าราชการที่มีรายได้น้อย เนื่องจากเงินเดือนข้าราชการไม่เพียงพอกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้จะมีการพิจารณาปรับขึ้นเงินค่าครองชีพจาก 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย ในส่วนของเบี้ยเลี้ยงและค่าครองชีพต่างๆ จะมีการทบทวนอัตราให้เป็นปัจจุบันมากที่สุด
นายรังสรรค์กล่าวถึงวงเงินที่คาดว่าต้องใช้ในการขึ้นเงินเดือนข้าราชการประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ขึ้นอยู่กับอัตราที่ปรับเพิ่ม
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่า ผลจากการขึ้นเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำตามนโยบายของ คสช. จะส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2558 ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.06% และส่งผลให้ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.68% จากคาดการณ์ในปี 2557 ที่ 2.5% ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2558 มีเม็ดเงินส่วนใหญ่เพิ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านทางรายจ่ายประจำของภาครัฐ จำนวน 1.16 หมื่นล้านบาท/ปี หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 3,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดที่ไม่เกิน 3%
นอกจากนี้ การปรับขึ้นเงินเดือนที่ระดับ 8% ดังกล่าว จะส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2558 มีเม็ดเงินส่วนใหญ่เพิ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านทางรายจ่ายประจำของภาครัฐ จำนวน 1.16 หมื่นล้านบาท/ปี หรือเฉลี่ยไตรมาสละ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมบัญชีกลาง ระบุว่า ที่ผ่านมาใช้วงเงินในการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว และพนักงานราชการ อยู่ที่ 5.81 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น เงินเดือนข้าราชการ 5.2 แสนล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 4.34 หมื่นล้านบาท ค่าจ้างประจำ 3.24 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2,700 ล้านบาท ค่าจ้างชั่วคราว 600 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 50 ล้านบาท และค่าตอบแทน (พนักงานราชการ) 2.76 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2,300 ล้านบาท
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าการขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อเท่าใด จนกว่าจะได้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าอัตราการเพิ่มจะเป็นเท่าไร ครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน และจะเริ่มดำเนินการได้จริงเมื่อไร ฉะนั้นคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จึง.ไม่ได้นำมารวมในปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาประเมินภาวะเศรษฐกิจและกำหนดดอกเบี้ยนโยบายในการประชุม กนง.ครั้งนี้







