
ค้าปลีกไทยคึก3ปีทุ่ม8หมื่นล้านผุด21โครงการ
ศูนย์การค้าไทยกางแผน 3 ปี เทกว่า 8 หมื่นล้านบาท ผุด 21 โครงการ หวังดันไทยฮับอาเซียน
ศูนย์การค้าไทยกางแผน 3 ปี เทกว่า 8 หมื่นล้านบาท ผุด 21 โครงการ หวังดันไทยฮับอาเซียน
น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ นายกสมาคมศูนย์การค้าไทย เปิดเผยว่า แผน 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2557-2559 กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า 10 ราย ภายในสมาคมการค้าไทย ทุ่มงบลงทุนกว่า 8 หมื่นล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการธุรกิจค้าปลีก 21 โครงการ จากเดิมมีทั้งหมด 50-60 โครงการ หรือเพิ่มพื้นที่อีก 1.7 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) จากปัจจุบันมีพื้นที่ค้าปลีก 11 ล้าน ตร.ม. เพื่อยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งในอาเซียนและของโลก
สำหรับโครงการค้าปลีกที่จะลงทุนใหญ่ อาทิ บริษัท เค.อี.แลนด์ ลงทุน 3,300 ล้านบาท ขยายพื้นที่โครงการคอมมูนิตี้มอลล์ เดอะ คริสตัล ราชพฤกษ์ ราว 45 หมื่น ตร.ม. สร้างโรงหนังและสำนักงาน สยามฟิวเจอร์ ลงทุน 1,500 ล้านบาท วางแผน 3 ปี พัฒนาโครงการค้าปลีก 35 แห่ง ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ทุ่ม 3,000 ล้านบาท เปิดศูนย์การค้าโครงการสเปล แพลทินัม เปิดศูนย์การค้าบางกอก พลาซ่า และเซ็นทรัล เวสต์เกต ขนาดพื้นที่ 5 แสน ตร.ม. เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางช็อปปิ้งอาเซียน รองรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 สิ่งที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรพิจารณา คือ การลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย โดยทยอยปรับลดลง 510% ต่อปี จากปัจจุบันภาษีนำเข้า 3060% เพื่อให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกสามารถแข่งขันกับสิงคโปร์ ฮ่องกง หรือกระทั่งมาเลเซีย เริ่มปรับลดภาษีเกือบถึง 0% แล้ว
นอกจากนี้ ยังช่วยขยายฐานนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ โดยเฉพาะ 4 ประเทศหลัก ได้แก่ จีน อินเดีย รัสเซีย และเวียดนาม จากที่ผ่านมานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะเป็นระดับกลาง
ทั้งนี้ จากการศึกษาการปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น 23 เท่าตัว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้มีเม็ดเงินสะพัดจากการช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1 แสนล้านบาท ใน 5 ปี จากปัจจุบันมีเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 23% ของรายได้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1.17 ล้านบาท หรือเป็นสัดส่วน 10% ของจีดีพี ซึ่งพบว่าปี 2563 นักท่องเที่ยวทั่วโลกมี 1,600 ล้านคน เป็นนักท่องเที่ยวเอเชีย 400 ล้านคน และอาเซียน 160-200 ล้านคน







