posttoday
สภาไฟเขียวงบ 2.07 ล้านล้านฝ่ายค้านหลงทางกระชับพื้นที่

สภาไฟเขียวงบ 2.07 ล้านล้านฝ่ายค้านหลงทางกระชับพื้นที่

28 พฤษภาคม 2553

 

 

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 จำนวน 2.07 ล้านล้านบาทแล้วเมื่อวันที่ 27 พ.ค. โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 63 คน เพื่อพิจารณาภายใน 57 วัน และเปิดโอกาสให้ สส.แปรญัตติ 30 วัน ก่อนส่งให้ที่ประชุมสภาพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป

สำหรับบรรยากาศการประชุมนั้นฝ่ายค้านยังคงอภิปรายลากโยงเรื่องของการสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มเสื้อแดง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยยกเอางบของกระทรวงกลาโหมมาโจมตีว่าซื้ออาวุธไปปราบปรามประชาชน

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จนทำให้การประชุมสภาไม่ค่อยราบรื่นเพราะมีการประท้วงตอบโต้ไปมาระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลหลายครั้ง

กระทั่งนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาคนที่สอง ต้องไล่นายสุนัย จุลพงศธร สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ออกจากห้องประชุมสภาหลังจากไม่ยอมถอนคำพูดที่กล่าวหานายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวตึงเครียดเมื่อ พล.ต.อ.วิรุฬ พื้นแสน สส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายพาดพิงการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ไม่มีการอำนวยความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมโดยเฉพาะความล่าช้าในการดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่ไปยึดสนามบินและทำเนียบรัฐบาลแต่กลับเร่งดำเนินการคดีกับกลุ่มคนอีกกลุ่มพร้อมกับมีการกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

ประเด็นนี้ทำให้ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงกันวุ่นวาย จนนำความไม่พอใจมาสู่นายสุนัย ที่เรียกร้องให้ประธานในที่ประชุมเปิดโอกาสให้อภิปรายเรื่องนี้ได้ เพราะเหตุการณ์นั้นถ้านายกรัฐมนตรีไม่สั่งทหารจะออกมาฆ่าประชาชนได้อย่างไร ซึ่งนายสามารถในฐานะประธานในที่ประชุมได้สั่งให้นายสุนัยถอนคำพูดแต่ได้รับการปฏิเสธจึงตัดสินใจเชิญนายสุนัยออกจากห้องประชุมสภา

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การรับผิดชอบทางการเมืองต้องรอผลพิสูจน์ก่อน หลักคิดของรัฐบาลนั้นไม่ต้องการให้เกิดความสูญเสีย ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการในการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมทางการเมืองอย่างแน่นอน

สำหรับข้อเรียกร้องที่จะเอาคนในพรรคประชาธิปัตย์มาเป็นนายกฯ แทนตนเองนั้น ต้องฟังเสียงของสมาชิก หากเป็นความต้องการของสมาชิกในพรรคก็ไม่มีอุปสรรค

อย่างไรก็ตาม ยังพอมี สส.บางคนที่อภิปรายในเนื้อหาของงบประมาณอย่างแท้จริง เช่น นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปราย ในยุทธศาสตร์ที่ 3 เรื่องการพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จำนวน 624,418.7 ล้านบาท ว่า มีความบกพร่องมาก

ทั้งนี้ เมื่อดูจากตัวเลขดังกล่าวอาจจะมองว่ามากแต่ในรายละเอียดพบว่าสองมาตรฐาน อย่างกรณีนโยบายสร้างสวัสดิการให้กับเด็กตั้งแต่ก่อนวัยเรียน แต่พบว่าศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนที่รัฐบาลอุดหนุนเงินและให้องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นคนดูแล ปรากฏว่ากระทรวงมหาดไทยไม่กระจายงบประมาณอย่างเป็นธรรมทำให้อาคารไม่มีคุณภาพ

“นโยบายเรียนฟรี 15 ปี ดูเหมือนจะฟรีหมด แต่จริงๆ หนังสือเรียนที่เป็นระบบยืมเรียนไม่มีคุณภาพ กระดาษไม่มีคุณภาพ หลักสูตรการศึกษาไม่เหมาะสม การที่รัฐบาลจัดอย่างนี้เหมือนดูถูกประชาชน ถ้าจะให้ดีควรจะมีการลงทะเบียน รัฐบาลชุดนี้อยู่ยาวหรือสั้นไม่ทราบแต่รัฐบาลต่อไปต้องมารับภาระหนี้แน่นอน” นายวิชาญ กล่าว

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ตระหนักว่าการลงทุนพัฒนาคนสำคัญที่สุดจึงมีนโยบายในการใช้การศึกษาพัฒนาประเทศ ในปี 2554 โครงการเรียนฟรี 15 ปี แบบคุณภาพยังคงดำเนินการต่อไป โดยภาพรวมทางกระทรวงได้มีการเตรียมการให้นักเรียนพัฒนาทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์การเรียน อาหารกลางวัน การจัดกวดวิชาฟรี จากครูที่มีชื่อเสียงผ่านทางระบบทางไกลผ่านดาวเทียม

“งบประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท ในโครงการเรียนฟรี เป็นความต้องการให้ผู้ปกครองไม่ต้องแบกรับภาระค่าเล่าเรียน ซึ่งจากการศึกษาของกระทรวงที่ผ่านมาพบว่าไปช่วยบรรเทาภาระของผู้ปกครองได้ ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องตำราเรียนไม่มีคุณภาพนั้นไม่เป็นคามจริงเพราะรัฐบาลได้มีการอุดหนุนงบประมาณให้มีการจัดพิมพ์ตำราเรียนตามหลักสูตรใหม่ให้นักเรียนทั้งหมด 100%” นายชินวรณ์ กล่าว

ขณะที่ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ สส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้อภิปรายโดยเน้นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การจะให้งบประมาณสำหรับการแก้ไขปัญหา รัฐบาลจะต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่จับต้องได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีหลังจากรัฐบาลได้เททรัพยากรอย่างมหาศาลลงไป

“สิ่งที่สำคัญ คือ รัฐบาลต้องมีการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาให้มาก เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบตอนนี้ คือ เยาวชน หากรัฐบาลทำได้ก็จะแก้ปัญหาได้ แต่โครงการเรียนฟรี 15 ปีของรัฐบาลไม่ได้เอื้อต่อการศึกษาในด้านศาสนาของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่ดังกล่าวต้องตอบสนองใน 4 ด้าน ได้แก่ 1.ทำให้อ่านออกเขียนได้ ภาษามลายู ไทย อังกฤษ 2.สามารถอ่านคัมภีร์อัลกุรอานในภาษาอาหรับได้ 3.ให้รู้เรื่องวิชาสามัญ 4.การสอนให้รู้ความดีความชั่ว” นพ.แวมาฮาดี กล่าว

นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ตอบว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดระบบการศึกษาให้กับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอดควบคู่ไปกับการลดเหตุการณ์ความรุนแรงให้น้อยลง ทั้งนี้ในเรื่องการจัดการศึกษารัฐบาลได้มีโครงการทำโรงเรียนให้มีคุณภาพ 90 แห่ง ให้มีคุณภาพในเรื่องวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสารสนเทศ พร้อมกับจะมีโครงการพัฒนาคุณภาพของครูผู้สอนจำนวน 6,754 คน ให้มีคุณภาพมากขึ้น และมีนโยบายให้คนในพื้นที่สามารถรู้เรื่องภาษาไทยและภาษาท้องถิ่นให้ได้เพิ่มเติมอีก 30% และจะทำให้นักเรียน 70% สามารสำเร็จการศึกษาในภาคบังคับให้ได้ภายใน 3 ปี

ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ชี้แจงเรื่องนี้ว่า กระทรวงกลาโหมได้งบประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ปี 2552 ซึ่งถือว่าไม่ได้แตกต่างหรือเพิ่มมากกว่าอดีตแต่อย่างใด นอกจากนี้รัฐบาลยังไม่ได้ละเลยการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องผลผลิตทางการเกษตร เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 40% จากปีก่อน อีกทั้งยังมีงบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งอีก 6.2 หมื่นล้านบาท

“รัฐบาลยังพยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชนในประเทศซึ่งผ่านมาสิบปีช่องว่างระหว่างกลุ่มรวยสุดในประเทศ 20% ของประเทศ กับคนจนสุดในประเทศ 20% ยังไม่ลดช่องว่างลง ซึ่งรัฐบาลพยายามจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยการจัดงบประมาณไปในโครงการประกันรายได้สร้างโอกาสทางรายได้ และในระยะยาวการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมคือการศึกษาที่รัฐบาลจัดงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์” นายกรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค