
สภาการนสพ.ตั้งเรื่องสอบผู้จัดการหลังคสช.ร้อง
สภาการหนังสือพิมพ์ มีมติให้อนุกรรมการตรวจสอบ“ผู้จัดการ สุดสัปดาห์” หลัง คสช. ร้องตีพิมพ์ เนื้อหาทำลายความเชื่อถือ
สภาการหนังสือพิมพ์ มีมติให้อนุกรรมการตรวจสอบ“ผู้จัดการ สุดสัปดาห์” หลัง คสช. ร้องตีพิมพ์ เนื้อหาทำลายความเชื่อถือ
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายจักรกฤษ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในวันนี้ มีวาระสำคัญเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ได้ส่งหนังสือร้องเรียน ที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากคสช. เรียบร้อย กล่าวหาว่าหนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการ สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 251 ประจำวันที่ 26 ก.ค. – 1 ส.ค. 57 มีการพาดหัวข่าวและตีพิมพ์เนื้อหาหลายเรื่องที่เป็นข้อความเสียดสี มีเจตนาไม่สุจริต ทำลายความน่าเชื่อถือของคสช. และมีข้อความหลายเรื่องที่นำมาตีพิมพ์เป็นเท็จ
ในเบื้องต้น ทางตัวแทนของหนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการที่เข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่ายินดีที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาของ คสช. และหากผลสอบสวนของสภาการหนังสือพิมพ์ออกมาเป็นเช่นไรก็พร้อมปฏิบัติตามมติของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
นายจักร์กฤษ ระบุว่า ประชุมมีมติให้นายสิทธิโชค ศรีเมือง รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ นำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการพิจารณาตรวจสอบตามธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. 2540 และข้อบังคับสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่าด้วยวิธีพิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2554
จากนี้ไปคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์จะส่งข้อร้องเรียนดังกล่าวไปให้หนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์เพื่อดำเนินการชี้แจง แก้ไข ตามที่คสช. ร้องเรียน หากทางหนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์พิจารณาแก้ไขและขอโทษผู้ร้องเรียน หากผู้ร้องเรียนพอใจถือว่าเรื่องเป็นที่ยุติ
นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า ลักษณะการกล่าวหาต้องมีการชี้ผิดอยู่แล้ว แต่ตามกระบวนการตรวจสอบของสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ที่ถือเป็นองค์กรอิสระต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ดังนั้นคำสั่งของคสช. ดังกล่าวนั้นไม่ถือเป็นลักษณะของการชี้ผิด หรือชี้ถูก และการตรวจสอบขององค์กรสื่อฯ หากได้ผลว่าเป็นอย่างไรก็ดำเนินการตามข้อเท็จจริง
นายจักรกฤษณ์ กล่าวว่าตัวแทนองค์กรสื่อได้หารือในแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งของ คสช. ฉบับ 103 กับพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ รองเสนาธิการกองทัพบกในฐานะหัวหน้าศูนย์ปรองดองของคสช. โดยให้มีการประสานงานกันหลังจากที่ คสช. ตรวจพบว่าสื่อฉบับใดทำผิดด้านจริยธรรมก็ให้มาร้องต่อสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้ ในร้องหนังสือร้องเรียกให้ระบุความผิดด้านจริยธรรมอย่างชัดเจน และทางสภาการก็ได้นำคู่มือหลักจริยธรรมสื่อรวมทั้งขั้นตอนการร้องเรียน ความผิดทางด้านจริยธรรมมอบให้กับคณะทำงานกับ คสช. ด้วย
ทั้งนี้ตาม ธรรมนูญสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ พ.ศ. 2540 ข้อ 22 กำหนดว่าเมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ได้ตรวจสอบและดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วให้แจ้งผลพิจารณาให้คณะกรรมการสภาการฯ และคู่กรณีรับทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ หากคู่กรณีฝ่ายใดเห็นว่ามีพยานหลักฐานและเหตุผลอื่นที่ยังไม่ได้พิจารณาให้ยื่นคำคัดค้านต่ออนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ภายใน 20 วัน นับแต่วันได้รับทราบผลพิจารณา และให้คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ส่งเรื่องให้คณะอนุกรรมการอุทธรณ์พิจารณาต่อไป สำหรับโทษการรับผิด โดยหากผลวินิจฉัยออกมาระบุว่า หนังสือพิมพ์ที่เป็นสมาชิกสภาการฯ หรือผู้ประกอบการวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่อยู่ในสังกัดละเมิดหรือประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ให้หนังสือพิมพ์ฉบับที่ถูกร้องเรียนดังกล่าว ลงตีพิมพ์คำวินิจฉัยอันเป็นที่สุด พร้อมทั้งตีพิมพ์คำขอโทษต่อผู้เสียหาย ในตำแหน่งและขนาดตัวอักษรที่เห็นได้ชัด เผยแพร่ต่อสาธารณะภายใน 7 วัน







