
กรมฝนหลวงฯสร้างเครือค่ายเยาวชนแห่งสายฝน
กรมฝนหลวงฯ สืบสานงานพ่อหลวง สร้างเครือค่ายเยาวชนแห่งสายฝน ร่วมใจ สร้างความปรองดอง ขานรับนโยบาย คสช.
กรมฝนหลวงฯ สืบสานงานพ่อหลวง สร้างเครือค่ายเยาวชนแห่งสายฝน ร่วมใจ สร้างความปรองดอง ขานรับนโยบาย คสช.
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการปลูกฝังองค์ความรู้ความเข้าใจแก่เยาวชนเกี่ยวกับสภาพอากาศและการจัดการ และเป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อการพัฒนาเครือข่ายฝนหลวงในระดับท้องถิ่น ทั้งยังเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้านฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงได้จัดทำ โครงการ “ค่ายพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรมอาสาเยาวชนแห่งสายฝน สานต่องานพ่อหลวง”โดยได้ทำการคัดเลือกเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมตอนปลายที่เรียนสายวิทย์มาฝึกอบรม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการปรองดองสมานฉันท์ โดยล่าสุดนี้ได้จัดการฝึกอบรมขึ้นโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เพชรบูรณ์ เป็นรุ่น 2 ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา
“สำหรับการคัดเลือกเยาวชนที่จะเข้าร่วมในโครงการฯนี้นั้น จะทำการคัดเลือกเด็กนักเรียนมัธยมตอนปลายที่เรียนสายวิทย์ และสิ่งที่นำมาใช้จะเป็นสารที่ใช้ในการทำฝนหลวงซึ่งวงจรเหล่านี้เป็นกระบวนการวิทยาศาสตร์ โดยเราจะเลือกกลุ่มเป้าหมายคือเด็กนักเรียนสายวิทย์เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคสช.ที่เน้นในเรื่องการปรองดอง โดยให้เด็กในชุมชนเกิดความเห็นชอบ โดยได้รับความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)และการสนับสนุนจากครู อาจารย์จากโรงเรียนในการนำเด็กมาหลอมรวมกัน เพื่อเป็นการให้องค์ความรู้ตลอดระยะเวลาของการฝึกอบรมรวม 2 วัน” รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรกล่าว
นอกจากจะให้เยาวชนอาสาเหล่านี้ได้ทราบถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่านฯแล้ว อีกส่วนหนึ่งต้องการให้เด็กนักเรียนอาสาเหล่านี้ เมื่อฝึกอบรมจบแล้ว สามารถเป็นเครือข่ายของกรมฝนหลวงได้ โดยในการฝึกอบรมนั้น วิทยากรจะสอนวิธีการดูการทำน้ำฝน การวัดปริมาณน้ำฝน ซึ่งภายหลังจบการฝึกอบรมเยาวชนไปแล้ว เยาวชนสามารถนำความรู้ที่ได้นำไปเผยแพร่ยังชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่และขยายไปยังบริเวณชุมชนใกล้เคียงด้วย ซึ่งเด็กเหล่านี้สามารถรายงานได้ว่าปริมาณน้ำฝนมากน้อยเท่าไร บริเวณไหนที่ประสบภาวะแห้งแล้ง และเกษตรในพื้นที่ต้องการน้ำฝนหรือไม่ ซึ่งเด็กๆเหล่านี้จะเป็นเครือข่ายและเป็นช่องทางในการประสานงานระหว่างเกษตรกรและกรมฝนหลวงต่อไป ซึ่งถือได้ว่าเยาวชนอาสาเหล่านี้ จะเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของกรมฝนหลวงได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น







