
เงามืดที่ซ่อนอยู่
หลายวันก่อนได้มีโอกาสนั่งสนทนากับชายหนุ่มแปลกหน้า เขาเล่าในฐานะเจ้าถิ่นเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์
หลายวันก่อนได้มีโอกาสนั่งสนทนากับชายหนุ่มแปลกหน้า เขาเล่าในฐานะเจ้าถิ่นเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “หลังจากผู้ว่าฯ กล่าวปิดประชุมการให้นโยบายเกี่ยวกับโครงการหนึ่งของจังหวัดก็แจ้งให้ผู้เข้าร่วมงานถาม”...(ใครมีอะไรจะถามบ้าง) เขาในฐานะผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหน้าใหม่ ยกมือขึ้นคนแรก (และคนเดียว) แต่ไม่มีคำตอบจากปากผู้ว่าฯ
“ผมสงสัยว่าจะให้ถามทำไม (วะ)” เขาเล่าต่อว่า ถัดมาอีกวันถูกผู้ใหญ่เรียกไปพบเพื่อสอบถามว่า “เป็นผู้ช่วยมากี่ปี” “เรายังหนุ่มแน่นมีอนาคตอีกไกล” “ควรจะรู้ว่าอะไรควรถามไม่ควรถาม...เวลาไหนควรไม่ควร”
ชายแปลกหน้าตั้งคำถามพื้นๆ เพียงเพราะอยากรู้เหตุผลการทำโครงการของผู้ว่าฯ คืออะไร เพื่อจะได้ไปบอกลูกบ้าน แต่คำตอบที่ได้ในวันถัดมากลายเป็นคำถามใหม่ และคำเทศนาซ้ำของผู้ใหญ่อีกคน...แต่ไม่ใช่คำตอบ
ใช่หรือไม่ว่าเราสอนให้คนในชาติเชื่อฟังมากกว่าการตั้งคำถามมายาวนาน เมื่อฟังกันจนขึ้นใจ จึงเชื่อในสิ่งที่ฟัง และการตั้งคำถามก็ถูกปิดประตูตั้งแต่นั้นมา
ใช่หรือไม่ ครูถูกมองอย่างเลวร้ายในสายตาคนทั่วไป เมื่อลงมือใช้ความรุนแรงเอากับเด็กเกเรสักคน เพราะฝังใจเชื่อว่า “ครู” ต้องเป็นผู้อดกลั้นเยี่ยงผู้ทรงศีล
ใช่หรือไม่ที่พระสงฆ์ถูกตราหน้าระยำผ้าเหลือง เมื่อกระทำลามกอนาจาร เพราะเราฝังใจเชื่อว่าพระต้องอยู่ในศีลมากกว่าฆราวาส
ใช่หรือไม่ว่าเราถูกสอนให้เชื่อว่าคนนั้นคนนี้ต้องมีศีลธรรมมากกว่าอีกคนที่ด้อยกว่าเสมอ และถูกสอนให้เชื่อว่าผู้มีศีลมากกว่าจะย่อมเป็นคนดีเสมอ...และควรเชื่อฟัง
“กล่าวกันว่าแสงแดดคือสิ่งที่ฆ่าเชื้อโรคได้ดีที่สุด” หลุยส์ แบรนเดส ตุลาการศาลสูงอเมริกัน, 1913 / “Sunlight is said to be the best of disinfectants.”
“แก้ปัญหาเผด็จการในคราบประชาธิปไตย ด้วยการเป็นเผด็จการสมบูรณ์ แล้วบอกว่าอย่าห่วง อีกไม่นานจะมีประชาธิปไตยสมบูรณ์”?
เป็นประโยคที่คุณสฤณี อาชวานันทกุล หยิบยกมาเขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ ซึ่งชวนให้คิดต่อสถานการณ์บ้านเมืองในอดีตและปัจจุบัน
เป็นความเชื่อของผู้ยกมากล่าวที่ไม่ไว้วางใจต่อคณะรัฐประหาร ซึ่งความเชื่อลักษณะนี้มีอยู่มาก มากพอๆ กับอีกชุดความเชื่อที่ “เชื่อ” อย่างหนักแน่นว่า คณะรัฐประหารจะพลิกฟ้าเปลี่ยนแผ่นดิน คืนความสงบสุขความร่มเย็นให้สังคมได้ (จริงๆ นะ)
ทั้งสองชุดความเชื่อกำลังดำเนินอยู่อย่างคู่ขนาน เดินไปในท่วงทำนองมองเห็นกันในระยะไม่ไกล แต่ไปคนละทาง เดินอยู่อย่างเงียบๆ บ้าง เปิดเผยบ้าง เช่น คุณสฤณีบอกทัศนะของเธออย่างโจ่งแจ้ง เช่นเดียวกับฝ่ายเห็นต่างก็บอกกล่าวทัศนะเชิงสนับสนุนคณะรัฐประหารอย่างออกนอกหน้า
ทั้งสองชุดความเชื่อไม่มีฝ่ายใดถูกหรือผิดมากกว่ากัน แต่ก็สะท้อนวังวนสังคมการเมืองไทยได้ในหลายมิติ
บนเส้นทางคู่ขนาน อย่างน้อยที่สุดเราได้รับรู้ความเป็นจริงว่า พื้นที่กลางๆ ได้หายไป ผู้คนจำนวนหนึ่งน้อมรับการลิดรอนสิทธิเสรีภาพที่พึงมีอย่างน่าใจหาย จะด้วยความกลัว การจำนน ความหวัง หรือเหตุผลอื่นใดก็ตามแต่ ขณะที่ผู้คนอีกจำนวนหนึ่งยืนหยัดแสวงหาความถูกต้องอันจริงแท้
ชายหนุ่มแปลกหน้าไม่ถึงกับออกอาการเกรี้ยวกราดถึงกับอดรนทนไม่ได้ต่อฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ดูเหมือนเขาจะถอนลมหายใจอย่างเข้าใจเสียมากกว่า คิดเช่นนี้ได้ก็คงบ่มเพาะความเข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันแบบไทยๆ มาในระยะเวลานานพอ
คำว่า “แบบไทยๆ” ถูกสร้างเป็นมายาคติความนอบน้อมเพื่อหลอมรวมความเป็นชาติไทย ทุกคนต้องแสดงความรักชาติในรูปต่างๆ ตามที่ผู้นำกำหนด แต่ถึงที่สุดแล้วความเป็นชาติเมื่อ 70 ปีผ่านก็ไม่ได้ก้าวไกลไปถึงไหน
อาจกล่าวได้ว่า ไปไม่ไกลจากจุดเริ่มต้นเสียด้วยซ้ำ หากจะพูดว่าเรายังคงเดินอยู่ในวังวนเดิมๆ เสียเป็นส่วนใหญ่จะถูกเสียมากกว่า เราผ่านผู้นำชาติในคราบทหาร ผู้นำทหารกึ่งพลเรือน ผู้นำพลเรือน แล้วก็ย้อนมาอยู่ในยุคผู้นำทหารในช่วง 70 กว่าปีประชาธิปไตย
ชวนให้นึกถึงคำกล่าวของใครบางคนที่ว่า “ถึงเราจะหายไปจากสังคมไทยพักใหญ่ ไม่ติดตามข่าวสาร เอาเข้าจริงเราแทบไม่รู้สึกว่าเราได้หายไปไหนนาน” คำกล่าวนี้เสมือนว่า เราได้หลงทางอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตสูญเสียอะไรไป ด้วยมีความหวังว่าจะมี “อัศวิน” มาชี้ทางออกให้
เราลองผิดลองถูกเรื่อยมา ยอมอดทนเจ็บปวดกับคำหลอกลวงครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่กล้าแม้จะลุกขึ้นตั้งคำถามดังๆ แล้วเมื่อใดเราจะหาทางออกกันเอง?
เมื่อขาดความกล้า...ตกอยู่ในความกลัว จึงเลือกเชื่อผู้นำ เดินตามผู้ใหญ่ ด้วยเราต่างถูกสั่งถูกสอนว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด เชื่อในคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ความเป็นชาติจึงมั่นคงได้ด้วยคนรุ่นหนึ่ง รุ่นถัดมาค่อยๆ มาแทนที่ ปีแล้วปีเล่า
อุดมคติของนักสื่อสารมวลชน ได้บัญญัติคัมภีร์ให้มีหน้าที่ทำความจริงให้ปรากฏ เพราะตกผลึกเป็นประวัติศาสตร์ร่วมกันว่ายิ่งสื่อความจริงให้สังคมมากเท่าใด สังคมนั้นๆ จะค่อยๆ เท่าทันและสามารถค้นหาวิธีการออกจากปัญหาได้สักวัน
แต่ก็น่าประหลาดใจที่วันหนึ่ง เมื่อเงามืดที่ซ่อนอยู่คลี่มาปกคลุม กลับไม่พบความพยายามอย่างเข้มแข็งในการยืนหยัดอุดมการณ์ซึ่งมีอยู่จริงนั้น เพื่อบอกกล่าวพลเมืองไม่ให้เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ฯลฯ
ใช่หรือไม่ว่า แสงแดดในร่มเงาแบบไทยๆ ไม่อาจฆ่าเชื้อโรคได้
...ชายหนุ่มที่เริ่มคุ้นเคยโบกมือลา...เราค่อยเจอกัน







