posttoday
ฟัง

ฟัง

25 กรกฎาคม 2557

วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมที่วชิราวุธวิทยาลัยนานมาแล้วมีคุณครูมณีเอมะศิริ เป็นคนสอน การเรียนภาษาไทยสมัยนั้นมีบทอาขยานให้ท่องจำ บทอาขยานในชั้นเรียนภาษาไทยของคุณครูมณี ได้แก่ บทสักวาที่ขึ้นต้นว่า “สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสนไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม” เมื่อพวกเราท่องจำได้ขึ้นใจ คุณครูก็สอนเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนจำมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านสอนว่า การรู้จักพูดให้แนบเนียนดีเป็นสิ่งที่คนเป็นเด็กต้องหัดฝึกฝนไว้ ต่อเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีอำนาจบริวารมาให้ใช้ ถึงตอนนั้นต้องรู้จักฟังให้เป็น และการจะฟังให้เป็น ก็ต้องหัดได้ยิน

วิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมที่วชิราวุธวิทยาลัยนานมาแล้วมีคุณครูมณีเอมะศิริ เป็นคนสอน การเรียนภาษาไทยสมัยนั้นมีบทอาขยานให้ท่องจำ บทอาขยานในชั้นเรียนภาษาไทยของคุณครูมณี ได้แก่ บทสักวาที่ขึ้นต้นว่า “สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสนไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม” เมื่อพวกเราท่องจำได้ขึ้นใจ คุณครูก็สอนเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนจำมาจนถึงทุกวันนี้ ท่านสอนว่า การรู้จักพูดให้แนบเนียนดีเป็นสิ่งที่คนเป็นเด็กต้องหัดฝึกฝนไว้ ต่อเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีอำนาจบริวารมาให้ใช้ ถึงตอนนั้นต้องรู้จักฟังให้เป็น และการจะฟังให้เป็น ก็ต้องหัดได้ยิน

ช้านานต่อมาเมื่อได้มาเรียนวิชาความรู้เกี่ยวกับเรื่องอำนาจในทางรัฐศาสตร์ จึงรู้ดีขึ้นว่าการฟังและการได้ยินสำคัญอย่างไรในทางการเมืองต่อการครองอำนาจและการใช้อำนาจ

การฟังและการได้ยินสำคัญในทางการเมืองก็เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่ ในระดับใด การเมืองเคลื่อนตัวไปได้ด้วยการกระทำทางวาจาหรือวจีกรรม มากกว่าการกระทำด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกประกาศแถลงการณ์การประชุมปรึกษาหารือ การเปิดอภิปรายการชี้แจง การสัมภาษณ์ การเรียกร้อง ฯลฯ การปิดปากไม่ให้ใครพูดจึงมีผลเท่ากับเป็นการยุติกิจกรรมทางการเมืองของฝ่ายนั้นเกือบจะโดยสิ้นเชิง การเมืองจึงไม่เพียงคู่กับวจีกรรม แต่ยังต้องการวจีกรรมที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานของเสรีภาพและกระแสเสียงที่หลากหลาย พร้อมกับเวทีที่เปิดโอกาสให้กระแสเสียงเหล่านี้ได้ต่อรองกัน โต้แย้งหักล้างกัน สนทนากัน ปรึกษาหารือกัน หาข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

ความสามารถที่จะได้ยินกระแสเสียงอันหลากหลายโดยไม่มีการปิดกั้น และกระบวนการที่ทำให้กระแสเสียงเหล่านั้นได้รับการรับฟังในกระบวนการตัดสินใจ นับเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างและรักษาความชอบธรรมทางการเมือง

แน่นอนว่า พวกที่จัดเจนและไม่หน่ายในกลอุบายย่อมเจนจบในการใช้วจีกรรมเป็นอาวุธทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการไม่พูดถึงความจริงหรือข้อมูลทั้งหมด การสร้างเรื่องให้ความหมายเพื่อชักนำความเข้าใจ การหาทางเปลี่ยนประเด็น การยกคำพูดหรือข้อมูลออกจากบริบทเดิมของมันเพื่อบิดเบือน การพยายามกลับความเข้าใจประเด็นสาธารณะให้เปลี่ยนทางไปเป็นอีกแบบหนึ่ง หรือแม้แต่กระทั่งการสอพลอผู้มีอำนาจ เหล่านี้คือกลยุทธ์ที่พบเห็นอยู่เสมอในการใช้วจีกรรมชี้นำ ต่อรอง โน้มน้าว หรือปั่นกระแสเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายทางการเมืองที่เป็นการรักษาปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม หรือในบางกรณีก็เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ในทางกลับกัน วจีกรรมในทางการเมืองอีกประเภทหนึ่งคือ วจีกรรมในทางที่มุ่งแสวงหาและสร้างฉันทามติความเห็นพ้องต้องกันในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย หรือสร้างความเป็นปึกแผ่นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการกระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะส่วนรวม หรือไปสู่เป้าหมายที่ร่วมกันวางไว้ หรือวจีกรรมที่รักษาความเป็นเอกภาพสามัคคีของคนในชาติบ้านเมือง และโน้มนำให้ยึดถือสิ่งที่เป็นคุณค่าคุณธรรมความดีงามต่างๆ

ที่แยกออกมาเช่นนี้มิใช่จะตัดสินว่าวจีกรรมแบบหลังดีกว่าวจีกรรมแบบแรก วจีกรรมทั้งสองแบบมีอยู่เป็นปกติของการเมืองทุกแห่ง เพราะการเมืองมีทั้งมิติของการต่อสู้แข่งขันระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายต่างมีผลประโยชน์เฉพาะที่ต้องการปกป้องรักษา และมิติของการผนึกประสานเพื่อรักษาเอกภาพความเป็นชุมชนทางการเมืองที่มีผลประโยชน์ของส่วนรวมร่วมกันเอาไว้

การได้ยินวจีกรรมแบบแรก ถ้าฟังไม่เป็นก็เท่ากับยื่นอำนาจการควบคุมและตัดสินใจที่มีอยู่ในมือของเราไปให้คนอื่นเข้ามาชักใยใช้ประโยชน์ หรือเสียโอกาสที่จะทุเลาความขัดแย้งและประสานประโยชน์ในเรื่องที่พึงทำได้

การฟังวจีกรรมแบบหลัง ถ้าไม่พยายามที่จะได้ยินไปถึงเสียงของความแตกต่างขัดแย้งอันเกิดจากความไม่เป็นธรรมในโครงสร้างทางสังคมที่เป็นจริงซึ่งยังคงมีเหลืออยู่ ฉันทามติทางการเมืองและความเป็นเอกภาพของชุมชนทางการเมืองก็จะเป็นเพียงภาพที่พยายามสร้างขึ้นให้ช่วยกันเชื่อเท่านั้น เพราะวจีกรรมแบบสมานฉันท์โดยลำพังนอกจากจะไม่เพียงพอที่จะช่วยสลายความขัดแย้งพื้นฐานดังกล่าวแล้ว การใช้วจีกรรมสมานฉันท์มากลบกลืนความขัดแย้งแบบนี้ยังจะเป็นอันตรายต่อการรักษาฉันทามติและความเป็นเอกภาพของชุมชนการเมืองในระยะยาว

การฟังและการได้ยินในทางการเมืองยังสำคัญ ก็เพราะว่าโดยมนุษยภาวะทำให้เราแต่ละคนมีการรับรู้ที่จำกัด สิ่งที่เราคิดว่าดีทางเลือกที่เราพอใจและตัดสินใจไว้ก่อน และคิดว่าเป็นการเลือกที่สมบูรณ์แล้ว อาจส่งผลกระทบต่อคนอื่นได้มากหรือส่งผลเสียในระยะยาวที่ยังไม่เห็นในปัจจุบัน หรืออาจมีทางเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า หรือมีข้อมูลที่เราไม่เคยได้ยินหรือคิดถึงมาก่อนที่อาจทำให้เราเลือกได้ดีขึ้น จัดลำดับความต้องการได้เหมาะสมยิ่งขึ้น และอยู่ร่วมกับคนอื่นได้โดยสร้างทุกข์ให้แก่กันน้อยลง

ท้ายที่สุด คุณครูมณียังสอนด้วยว่า สิ่งที่จำกัดการรับรู้รับฟังและได้ยินของคนยามมีอำนาจได้มากที่สุดก็คือคนรอบข้าง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ