
อินโดฯ จะรุ่ง
อย่างอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับชาวอินโดนีเซีย ที่ได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ นายโจโก วิโดโด ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจและขนาดพื้นที่ประเทศที่ใหญ่มากที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ
อย่างอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับชาวอินโดนีเซีย ที่ได้ประธานาธิบดีคนใหม่คือ นายโจโก วิโดโด ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตาที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจและขนาดพื้นที่ประเทศที่ใหญ่มากที่สุดของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ
สิ่งหนึ่งที่ไทยแลนด์ต้องจับตาก็คือ การที่ผู้นำใหม่อินโดนีเซียประกาศลั่นจะสร้างเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่งเหมือนสมัยช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่า วิโดโด น่าจะใช้นโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างแข็งขันน่าดูครับ และอินโดนีเซียก็จะกลายเป็นคู่แข่งประเทศไทยที่เรากะพริบตาไม่ได้เลย
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ อินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งในเป้าหมายแหล่งลงทุนที่กำลังตีคู่มากับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ในขณะที่ตลาดรถยนต์บ้านเรากำลังอยู่ในช่วงภาวะซบเซา แต่ตลาดยานยนต์ในอินโดนีเซียนั้นต้องบอกว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างมาก
ผู้ลงทุนต่างมองว่าอินโดนีเซียเป็นตลาดที่มีโอกาสขยายตัวมากกว่าไทยครับ เนื่องจากอินโดนีเซียมีประชากรมากกว่าไทย โดยมีอยู่ถึงกว่า 200 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าปริมาณชนชั้นกลางก็กำลังขยายตัวอย่างมาก นั่นหมายถึงกำลังซื้อที่มากขึ้น
ดังนั้น จะเห็นว่าตลาดรถยนต์อินโดนีเซียนั้นกำลังบูมมากสำหรับรถยนต์ประเภทซิตี้คาร์ รถยนต์สำหรับครอบครัวอะไรทำนองนี้
นอกจากนั้น สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่อย่างญี่ปุ่นนั้น อินโดนีเซียยังถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักลงทุนญี่ปุ่นนอกเหนือจากไทยและเวียดนาม โดยหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ที่ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมขยายตลาดมายังอาเซียนนั้น จุดหมายปลายทางหลัก 3 ประเทศก็คือ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียนี่แหละครับ
ในขณะนี้ไทยแลนด์อาจจะกล่าวได้ว่า เรามีความพร้อมกว่าอินโดนีเซียในด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน แต่อินโดนีเซียก็กำลังอนุมัติแผนการปรับปรุงและก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคบ้างแล้วเช่นกันในระยะยาว
แต่สิ่งที่อินโดนีเซียกำลังได้เปรียบไทยก็คือเรื่องการเมืองนี่แหละครับ เมืองไทยสะดุดขาตัวเองเพราะเรื่องการเมืองมานานหลายปี ทว่าอินโดนีเซียวันนี้กับการก้าวขึ้นมาของวิโดโดนั้น นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนอิเหนาเองแล้ว ก็ยังเรียกความเชื่อมั่นจากชาวต่างชาติได้ไม่น้อย เห็นจากท่าทีของหลายประเทศนั้นถือว่า วิโดโด ได้รับการยอมรับจากนานาชาติในระดับสูงทีเดียวครับ
เห็นอินโดนีเซียในวันนี้แล้ว ต้องบอกว่าไทยจะสะดุดขาตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้วครับ







