
เงินทุนนอกหนีออก5หมื่นล้าน
โพสต์ทูเดย์
— ทุนนอกแหยงไทยเดือนเดียวไหลออก 5.2 หมื่นล้านนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติว่า ตั้งแต่ต้นปีเงินทุนยังไหลเข้าไทยอยู่ โดยในเดือน เม.ย. มีเงินไหลเข้ามาถึง 4 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันนี้ไหลออกไปแล้วกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท ทำให้เงินทุนไหลเข้าในเดือนนี้ติดลบถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
“
สาเหตุที่เงินทุนต่างชาติไหลออกจากไทยในช่วงนี้ค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะเรามีปัญหาการเมือง แต่อีกสาเหตุหนึ่งน่าจะเป็นเพราะปัญหาในกลุ่มประเทศยุโรป ที่ทำให้นักลงทุนมีความกังวลความเสี่ยงมากขึ้น เพราะมาตรการการช่วยเหลือยังไม่ชัด และมีการแทรกแซงค่าเงินในยุโรปที่เริ่มอ่อนค่า ให้แข็งค่าขึ้น นักลงทุนจึงกลัวว่าจะขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น เงินจึงไหลออกจากไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชีย ไม่ใช่ไหลออกแค่ไทยที่เดียว” นางสุชาดา กล่าวอย่างไรก็ตาม เงินทุนต่างชาติที่เคยไหลเข้าไทยก่อนหน้านี้ยังไม่ไหลออกไปหมด ยังมีเงินลงทุนโดยตรงจากการซื้อธนาคาร เงินลงทุนในธุรกิจต่างๆ และยังมีการลงทุนในพันธบัตรอยู่ ขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้ว
23% นางสุชาดา ยอมรับว่า ขณะนี้ต้นทุนการกู้ยืมของไทยในต่างประเทศ ตามสัญญาความเสี่ยงที่มีหลักประกันเริ่มสูงขึ้นแล้ว โดยสัปดาห์ก่อนต้นทุนการกู้ยืมอยู่ที่่ 1.3% ล่าสุดวันที่ 26 พ.ค. พุ่งขึ้นเป็น 1.7% อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วสะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นักลงทุนต่างชาติได้เทขายหุ้นออกไปแล้วเกือบ 6.7 หมื่นล้านบาท
สำหรับค่าเงินบาทวันที่ 26 พ.ค.ปิดตลาดที่ 32.50/53 บาท/เหรียญสหรัฐ เคลื่อนไหวทรงตัวจากที่อ่อนค่าไปช่วงหนึ่ง
วันเดียวกันสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ออกมาแถลงภาพรวมเศรษฐกิจไทยและมีการประเมินว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงตลอด 2 เดือน ที่ผ่านมาทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจหายไปถึง 1.45 แสนล้านบาท ส่งผลให้การขยายตัวเศรษฐกิจของไทยลดลง 1.1% แต่กระทรวงการคลังเชื่อว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ 45% เพราะมีปัจจัยบวกจากการส่งออกที่ยังขยายตัวดี เสถียรภาพที่แข็งแกร่ง







