
เสียงครวญการเมืองอย่ากีดกันพ้นวงปฏิรูป
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทันทีหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยเฉพาะกับฟากฝั่งพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าตัดขาดออกจากกลไกการปฏิรูปนับจากนี้
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทันทีหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยเฉพาะกับฟากฝั่งพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าตัดขาดออกจากกลไกการปฏิรูปนับจากนี้
อุดมเดช รัตนเสถียร อดีต สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การห้ามผู้ที่มีตำแหน่งในพรรคการเมือง ผู้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง เข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ นั้น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีข้อจำกัดห้ามนักการเมือง เพื่อคัดคนเข้ามาทำหน้าที่ และคงต้องการสร้างภาพให้เห็นว่าคนที่เข้ามาทำหน้าที่มีความเป็นกลางจริงๆ ไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ในความจริงแล้วการห้ามหรือไม่ห้ามนักการเมืองก็ไม่มีผลอะไร เพราะสุดท้ายก็มีการเลือกคนที่ต้องการอยู่แล้ว ก็ต้องรอดูว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะออกมาเป็นอย่างไร แต่แน่นอนว่ามีความพยายามที่จะเขียนเพื่อกีดกันนักการเมืองแน่นอน ซึ่งต้องรอดูว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะยังมีสังคมคอยจับตาและวิพากษ์วิจารณ์อยู่ อีกทั้งก็ต้องฟังเสียงนานาชาติด้วยเช่นกัน
วรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การห้ามนักการเมืองเข้าไปทำหน้าที่ต่างๆ นั้นไม่มีความหมาย เพราะแม้จะห้ามหรือไม่ห้าม สุดท้ายส่วนใหญ่ที่เข้าไปทำหน้าที่ก็เป็นคนที่เขาแต่งตั้งมามากกว่าอยู่แล้ว
“เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ให้เขาทำไป เมื่อเขาได้อำนาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้วก็ใช้อำนาจให้เต็มที่ จะเขียนกฎหมาย รัฐธรรมนูญออกมาอย่างไรก็ทำไป แต่สำคัญอยู่ที่การใช้อำนาจจะต้องยุติธรรม เป็นนิติรัฐ นิติธรรม ไม่เข้าข้างใคร อยากฝากบอก พล.อ.ประยุทธ์ ว่าอย่าเชื่อคนง่าย ให้ทำสิ่งที่ถูกต้อง ต้องดูและฟังให้รอบด้าน อย่าฟังหรือเชื่อคนเพียงบางกลุ่ม” วรชัย กล่าว
ด้าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มาตรา 44 อันเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจของหัวหน้า คสช. และ คสช. ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษ ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เฉพาะการป้องกันระงับหรือปราบปรามการกระทำที่เกี่ยวกับความมั่นคง แต่สามารถใช้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ของคนในชาติได้ด้วย ทำให้อาจถูกมองได้ว่าไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของมาตรา 3
ทั้งนี้ เชื่อว่าสังคมยอมรับสภาพการคงอำนาจพิเศษในกรณีที่จะเกิดปัญหาความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์ของการขยายอำนาจพิเศษให้ครอบคลุมอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการก็ดี หรือการอ้างอิงเหตุผลในการใช้อำนาจเพื่อผลักดันการปฏิรูปหรือการส่งเสริมความสมานฉันท์ก็ดี มีความจำเป็นอย่างไร เพราะโดยโครงสร้างสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปก็มีที่มาจาก คสช.อยู่แล้ว และการระงับการกระทำที่เป็นปัญหาต่อความมั่นคงก็จะเป็นการใช้มาตรการทางบริหารเป็นหลัก จึงหวังว่าหัวหน้า คสช.จะช่วยอธิบายถึงความจำเป็นและสิ่งที่คิดอยู่ในใจว่าจะใช้อำนาจในมาตรา 44 นี้ในกรณีไหนอย่างไรโดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น
สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีนและแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า เนื้อหารัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ทำให้สามารถคาดการณ์การเมือง 12 ปีจากนี้ ว่า คสช.ยังคงมีอำนาจเทียบเท่ารัฐบาลและเหนือกว่าในบางเรื่อง นายกรัฐมนตรีคนต่อไปคงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อีกทั้ง สนช.ส่วนใหญ่คงมาจากสายทหารและข้าราชการประจำ สภาปฏิรูปเป็นสภาหลากสี มาจากทุกกลุ่มทุกขั้ว กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญคงเน้นนักรัฐธรรมนูญนิยม อาจมี วิษณุ เครืองาม หรือมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน โครงสร้าง ครม.อย่างน้อย 1 ใน 3 คงเป็นนายทหารยศนายพล อาจมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมบางคดีผ่าน สนช. ประเด็นสมานฉันท์และปรองดองจะถูกขับเคลื่อนโดยสภาปฏิรูป เริ่มเห็นเค้าลางหน้าตา ผบ.ทบ.คนใหม่กันแล้ว







