
"ซีทีเอช"ออกแพ๋กเกจแกรมมี่ดูพรีเมียร์ลีก
รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 23 ก.ค. บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับบริษัท ซีทีเอช จะร่วมกันจัดงานแถลงความร่วมมือทางธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี เพื่อร่วมกันก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในธุรกิจเพย์ทีวี ภายใต้กลยุทธ์ บียอนด์ เดอะ เบสท์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพย์ทีวีของทั้งสองบริษัท
รายงานข่าวแจ้งว่า วันที่ 23 ก.ค. บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับบริษัท ซีทีเอช จะร่วมกันจัดงานแถลงความร่วมมือทางธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก หรือเพย์ทีวี เพื่อร่วมกันก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในธุรกิจเพย์ทีวี ภายใต้กลยุทธ์ บียอนด์ เดอะ เบสท์ เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเพย์ทีวีของทั้งสองบริษัท
สำหรับความร่วมมือด้านธุรกิจเพย์ทีวีที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 ก.ค.นี้ เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการจำหน่ายแพ็กเกจเพย์ทีวีร่วมกัน โดยในส่วนของแพ็กเกจที่ได้เริ่มดำเนินการแล้วขณะนี้ประกอบด้วย แซท โกลด์ เพย์ทีวี แพ็กเกจราคา 199 บาท/เดือน หรือ 1,999 บาท/ปี แซท แพลทินั่ม เอชอี ราคา 499 บาท/เดือน หรือ 4,999 บาท/ปี ซีทีเอช แซท พรีเมียร์ลีก เอชดี ราคา 999 บาท/เดือน
นอกจากนี้ ลูกค้าเก่าที่ต้องการอัพเกรดแพ็กเกจจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 แพ็กเกจ ประกอบด้วย โกลด์ แพ็กเกจ สามารถอัพเกรดได้เป็นแพลทินั่ม เอชดี ได้ในราคา 300 บาท/เดือน แพลทินั่ม เอชดี แพ็กเกจ อัพเกรดได้เป็นซีทีเอช แซท พรีเมียร์ลีก เอชดี ได้ในราคา 500 บาท/เดือน และโกลด์ แพ็กเกจ อัพเกรดเป็นซีทีเอช แซท พรีเมียร์ลีก ได้ในราคา 800 บาท/เดือน
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ทั้งสองบริษัทต้องแลกหุ้นกัน หรือสวอปหุ้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากการที่ผลประกอบการของทั้งสองบริษัทยังคงอยู่ในภาวะขาดทุน เห็นได้จากผลประกอบการของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ในช่วงไตรมาสแรก 2557 ที่ผ่านมา มีรายได้ 2,178 ล้านบาท ขาดทุน 791 ล้านบาท ขณะที่ปี 2556 ทั้งปี มีรายได้ 11,019 ล้านบาท ขาดทุน 1,282 ล้านบาท เนื่องจากการเมืองไม่มีความแน่นอน ส่งผลให้ธุรกิจเดิมมีรายได้ลด เห็นได้จากการชะลอซื้อสื่อโฆษณา และการเลื่อนจัดแสดงคอนเสิร์ต
การตัดขายธุรกิจกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ให้ซีทีเอชครั้งนี้ ยังเป็นการลดภาระขาดทุนและลดค่าใช้จ่ายที่สูงในการซื้อลิขสิทธิ์รายการต่างๆ จากต่างประเทศเข้ามาออกอากาศจำนวนมาก แต่ไม่สามารถสร้างฐานลูกค้าได้ตามเป้าหมาย ประกอบกับยังมีฐานลูกค้าที่มีความซ้ำซ้อน
นอกจากนั้น การสวอปหุ้นของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ กับซีทีเอชครั้งนี้ ยังเป็นการขายกิจการทีวีดาวเทียม เพื่อแกรมมี่จะได้หันมามุ่งธุรกิจดิจิทัลทีวีอย่างเต็มตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ คาดว่าครึ่งปีหลังจะมีรายได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากจะมีการลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในธุรกิจทีวีดิจิทัล ด้วยการแบ่งการออกอากาศเป็นเฟส โดยเริ่มจากเดือน ก.ค.เป็นต้นไป
ขณะที่ผลประกอบการของบริษัท ซีทีเอช ในช่วงปี 2556 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวแจ้งว่า ขาดทุนสูงถึง 3,500 ล้านบาท เนื่องจากการบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกที่ประมูลมาในราคาที่สูงมาก โดยเฉพาะประมูลซื้อพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 20132019 มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยสิ้นปี 2556 มีฐานสมาชิกเพียง 1 ล้านราย ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ว่าจะมีฐานสมาชิกอยู่ที่ 1.5 ล้านราย ขณะที่ภาพรวมสิ้นปีนี้ บริษัท ซีทีเอช ตั้งเป้าว่าจะมีฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 2 ล้านราย และมีรายได้อยู่ที่กว่า 1 หมื่นล้านบาท
นายศรันย์ทร ชุติมา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ อดีตผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไอทีวี เปิดเผยว่า ธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้กับโครงการทีวีดิจิตอลค่ายใดเลย เพราะมีประสบการณ์จากการทำสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ใครขอเงินกู้มาก็จะต้องดูเงื่อนไขและรายละเอียด ซึ่งเห็นแล้วไม่มั่นใจว่าจะธุรกิจจะไปได้ดี เพราะปัจจุบันสภาพการแข่งขันของธุรกิจโทรทัศน์แข่งขันสูง การวัดเรตติ้งที่เคยทำโดยดีมา ซึ่งเอเยนซี่จะนำมาใช้ในการซื้อโฆษณา ขณะนี้ก็เชื่อถือไม่ได้แล้ว เพราะมีสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง รวมทั้งมีทีวีดาวเทียม การวัดผลให้เที่ยงตรงยาก
“มีกูรูในแวดวงโทรทัศน์วิเคราะห์ว่า ในอนาคตอาจจะมีทีวีดิจิตอลอยู่รอดเพียง 6 ราย ขึ้นอยู่กับเนื้อหา ถ้าสามารถทำให้ติดตลาดก็จะไปรอด สำหรับกรณีที่ แกรมมี่ และ บริษัทซีทีเอช สวอปหุ้นเพื่อเป็นพันธมิตรกันก็เป็นการปรับธุรกิจให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด ก็เป็นวิธีการที่ดี และคาดว่ารายที่ประมูลใบอนุญาตไปได้แต่ไม่มีสายป่านยาวพอในที่สุดก็ต้องเปิดให้รายใหม่เข้ามาซื้อกิจการ ถ้าถึงจุดนั้นคนที่อยากลงทุนอาจจะลงทุนได้ต่ำกว่าตอนประมูลถึง 50% ” นายศรันย์ทร กล่าว
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารก็ไม่ได้ให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลรายใด เพราะเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของเนื้อหา รายได้ เรตติ้ง ของสถานี และกลุ่มผู้ซื้อโฆษณาก็กลุ่มเดิมเม็ดเงินก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น เหมือนมีเค้กก้อนเดียวแต่มีจำนวนคนมากขึ้นมาแย่งกัน จึงยังไม่สนใจให้กู้ในช่วงนี้







