posttoday
เปิดข้อเสนอกกต."ยุบพรรคสกัดประชานิยม"

เปิดข้อเสนอกกต."ยุบพรรคสกัดประชานิยม"

21 กรกฎาคม 2557

กกต.ได้จัดทำข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและการเข้าสู่อำนาจนิติบัญญัติ ให้คณะทำงานด้านการปฏิรูปของคสช.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดทำข้อเสนอระบบการเลือกตั้งและการเข้าสู่อำนาจนิติบัญญัติ ให้คณะทำงานด้านการปฏิรูปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อทำเป็นกรอบนำเสนอต่อสภาปฏิรูปและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยมีสาระน่าสนใจดังนี้

1.จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอไว้ 3 ทางเลือก คือ สูตรแรก ให้มี สส. 400 คน แบ่งเป็นแบบเขตเลือกตั้ง 200 คน บัญชีรายชื่อ 200 คน สูตรสองให้มี สส. 350 คน ประกอบด้วย แบบบัญชีรายชื่อ 77 คน จากเขตเลือกตั้ง 273 คน และสูตรสาม ให้ลด สส.เหลือเพียง 277 คนเท่านั้น หรือให้ยกเลิก สส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะผู้สมัครกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคหรือเป็นพวกนายทุนพรรค

2.สมาชิกวุฒิสภา เสนอหลายทางเลือก เช่น ให้เลือกตั้งทั้งหมด 100 คน ให้มีหน้าที่การตรวจสอบฝ่ายบริหารและกลั่นกรองกฎหมายจำนวนก็ไม่มีความหมายอะไร หรืออีกทางเลือกหนึ่ง ให้มาจากสรรหาเพียงอย่างเดียวจากสาขาอาชีพต่างๆ

3.วิธีการลงคะแนน กำหนดให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยใช้บัตรเลือกตั้งหรือวิธีอื่นตามที่ กกต.กำหนด เพื่อให้ กกต.นำวิธีอื่นมาใช้ในการออกเสียงเลือกตั้งหรือนำเครื่องลงคะแนนมาใช้ลงคะแนนเลือกตั้งได้

4.เขตเลือกตั้ง ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยผู้มีสิทธิเลือกได้เพียง 1 หมายเลข ส่วนจำนวน สส.ให้เป็นไปตามอัตราส่วนที่จะพึงมีแต่ละจังหวัด เหตุผลเพื่อให้เขตเลือกตั้งใหญ่ขึ้น ซื้อเสียงยากสำหรับแบบบัญชีรายชื่อใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง

5.การเลือกตั้งเป็นสิทธิ ไม่ต้องไปกำหนดให้เป็นหน้าที่อีกต่อไป เพราะการเลือกตั้งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ควรไปบังคับ แต่ควรมีเหตุจูงใจให้ประชาชนที่ไปใช้สิทธิ เช่น การลดหย่อนภาษี

6.ไม่สมควรให้มีลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งล่วงหน้าทุกประเภท เพื่อให้การลงคะแนนเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรให้เลือกเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อเท่านั้น หรือจะยกเลิกก็ได้เพราะใช้ทุนมากและไม่มีผลเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งในประเทศ

7.คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง อาทิ ผู้สมัคร สส.มีอายุ 30 ปี นับถึงวันเลือกตั้งและให้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นเวลา 1 ปี นับถึงวันสมัคร หรือผู้สมัครไม่เป็นสมาชิกพรรคก็ได้ และห้ามเป็น สส.ติดต่อกันไม่เกิด 2 วาระ รวมทั้งห้ามผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตที่ถูกองค์กรของรัฐวินิจฉัยถึงที่สุดแล้วหรือผู้ที่เคยทุจริตเลือกตั้ง เคยต้องโทษยาเสพติดและคดีถึงที่สุดแล้วลงเลือกตั้ง

8.จัดให้มีศาลชำนาญพิเศษคดีเลือกตั้ง เพื่อให้มีศาลรับผิดชอบคดีเลือกตั้งเท่านั้น เพื่อการพิจารณารวดเร็วเนื่องจากปริมาณคดีเลือกตั้งมีมาก

คุมนโยบายประชานิยม

ข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.การเลือกตั้ง สส. และ สว. 2550 นั้น ให้ควบคุมนโยบายประชานิยม

พรรคการเมืองต้องเสนอนโยบายต่อ กกต.ก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในกรณีอยู่ครบวาระ หรือภายใน 5 วัน นับจากยุบสภา เพื่อป้องกันไม่ให้|หาเสียงเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ หรือหลอกลวงประชาชน ส่วนนโยบายหาเสียงของทุกพรรคการเมืองและผู้สมัครต้องส่งให้ กกต. ให้ความเห็นชอบก่อนนำไปหาเสียง และถ้าเป็นนโยบายที่ต้องใช้งบมากต้องให้สำนักงบประมาณและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบก่อน เพื่อให้รับรู้เรื่องความเป็นไปได้และภาระงบประมาณของประเทศ

ทั้งนี้ หากพรรคการเมืองหรือนักการเมืองมีการ|บิดเบือนหรือแก้ไขรายละเอียดของนโยบายที่ผ่านความเห็นชอบของ กกต.ให้ถือเป็นการทุจริตที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง มีผลให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งและบุคคลในพรรคการเมืองนั้นก็ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและดำเนินคดีทางแพ่งและอาญา และหากกระทำดังกล่าวโดยพรรคการเมืองหรือคณะกรรมการบริหารพรรคอาจเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้นได้

แก้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 โดยจะเน้นเรื่องการตั้งพรรคการเมือง

โดยกำหนดให้มีผู้ริเริ่มจัดตั้งประมาณ 5,000 คน จากเดิมที่คณะผู้ริเริ่ม 15 คน และหาสมาชิกให้ได้ 5,000 คน ภายใน 1 ปี ซึ่งทำให้ตั้งพรรคการเมืองง่าย

ขณะเดียวกัน เพื่อการสร้างความเป็นประชาธิปไตยในพรรคการเมือง ก็กำหนดให้การคัดเลือกผู้สมัครเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน เช่น ให้สาขาพรรคเสนอชื่อต่อคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร จากนั้นให้เสนอผ่านคณะกรรมการบริหารพรรคนำเข้าที่ประชุมใหญ่ของพรรคเพื่ออนุมัติ เพื่อป้องกันการคัดเลือกผู้สมัครที่ทำโดยหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคเพียงไม่กี่คน และให้เพิ่มโทษกับคณะกรรมการบริหารพรรคที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวด้วยการให้ออกจากตำแหน่ง หรือให้สมาชิกพรรคสิ้นสุดลงหรือให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ควรห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระ และควรให้มีการเปิดเผยสถานะทางการเงินของพรรคการเมืองทุกๆ ครึ่งปี จากเดิมต้องเปิดเผยปีละครั้งและการบริจาคเงิน กำหนดให้บุคคลธรรมดาบริจาคได้ไม่เกิน 5 ล้านบาท/คน/ปี/พรรค หรือนิติบุคคลต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ให้ยกเลิกการยุบพรรคในกรณีเป็นความผิดเฉพาะตัว ของกรรมการบริหารพรรคโดยไม่ต้องยุบพรรคและการยุบพรรคทำได้เฉพาะกรณีที่กระทำที่เป็นภัยความมั่นคงหรือปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน