posttoday
ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแผนลดภาระงบประมาณ

ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแผนลดภาระงบประมาณ

18 กรกฎาคม 2557

ภาวะเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกดูท่าว่าจะยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของปัญหาการเมือง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

ภาวะเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกดูท่าว่าจะยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบของปัญหาการเมือง ที่แม้จะคลี่คลายลงจากการเข้ายึดอำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ง่าย นั่นเพราะรัฐบาลถังแตก ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการใช้เงินงบประมาณไปอย่างไร้ประสิทธิภาพกับโครงการประชานิยม

นี่จึงเป็นเหตุให้การลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศมีข้อจำกัด เพราะรายได้ของประเทศน้อยกว่ารายจ่าย และรายได้ส่วนใหญ่ 60-70% ใช้เป็นงบประจำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ การใช้จ่ายเพื่อสวัสดิการสังคมต่างๆ เช่น รักษาฟรี เบี้ยคนชรา เป็นต้น ทำให้เงินลงทุนลดลงอย่างต่อเนื่องจากเคยไม่ต่ำกว่า 25% ของงบประมาณ ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 20%

ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ หนี้สาธารณะของประเทศอยู่ระดับต่ำกว่า 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หนี้สาธารณะได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดว่าสิ้นปีนี้หนี้สาธารณะจะอยู่ระดับ 47% ของจีดีพี เพราะจากมีการกู้เพิ่มมากขึ้น แถมเศรษฐกิจขยายตัวได้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อการหารายได้มีขีดจำกัด และการกู้เงินใกล้ถึงจุดอันตราย ทำให้การลงทุนของประเทศปีหนึ่งทำได้แค่ 4-5 แสนล้านบาท จากการลงทุนที่ยังต้องการลงทุนอีกหลายล้านล้านบาท หากคิดเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในช่วง 5-6 ปีข้างหน้า มีโครงการที่ต้องใช้เงินถึง 2.4 ล้านล้านบาท

หาก คสช.ต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ก็จะต้องกู้ยืมเงินมาใช้ และก็จะเกิดปัญหาก่อหนี้เกิดเพดาน หรือทำให้ไม่มีวินัยการคลัง ทางออกจึงมีไม่มาก

จึงมีการปัดฝุ่นกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์) ขึ้นมา เพื่อเป็นทางออกสำหรับการลงทุนโครงการภาครัฐที่มีข้อจำกัดทางการเงิน

ล่าสุด กุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.จะสนับสนุนให้รัฐวิสาหกิจตั้งกองทุนอินฟราฯ เพื่อระดมทุนจากนักลงทุนสถาบันและประชาชนทั่วไป โดยจะประเดิมที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นแห่งแรก เพราะมีความพร้อมที่จะตั้งกองทุนอินฟราฯ เพื่อระดมทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท โดยจะใช้โรงไฟฟ้า 2-3 แห่ง มาจัดตั้งกองทุนอินฟราฯ ภายในปีนี้ เพื่อนำเงินที่ได้ไปก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อม เช่น การท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่มีแผนขยายท่าเรือแหลมฉบังเพื่อรองรับการขยายตัวของการค้า โดยจะนำท่าเรือแหลมฉบังส่วนแรกที่มีรายได้เข้ามาอยู่แล้วมาจัดตั้งกองทุนอินฟราฯ

ขณะเดียวกัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย มีแผนนำท่าอากาศยานจังหวัดภูเก็ต มาจัดตั้งกองทุนอินฟราฯ เพื่อระดมเงินทุนก่อสร้างโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่สอง วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท

พร้อมกันนี้ สคร.จะสนับสนุนกระทรวงต่างๆ ทำโครงการลงทุนร่วมกับระหว่างรัฐและเอกชน หรือโครงการพีพีพี โดยจะเร่งออกกฎหมายลูก 78 ฉบับ เพื่อกำหนดรายละเอียดของเงื่อนไขการลงทุน และแผนยุทธศาสตร์ให้เอกชนเข้ามาร่วมงาน ซึ่งจะทำให้การลงทุนของรัฐบาลคล่องตัวมากขึ้น และไม่เป็นภาระต่อเงินงบประมาณ

ด้าน จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ออกมาระบุว่า การก่อหนี้ในปี 2558 สำหรับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท เบื้องต้นจะอยู่ที่งบประมาณ 2558 จำนวน 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท การกู้เพื่อลงทุน 6.5 หมื่นล้านบาท การร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในรูปแบบพีพีพี 7,000 ล้านบาท

จากแนวทางดังกล่าว ทำให้เห็นว่ากองทุนอินฟราฯ จะมีส่วนสำคัญในการผลักดันการลงทุนต่างๆ ของประเทศให้เกิดได้รวดเร็วขึ้น สามารถประหยัดงบประมาณและลดการกู้เงิน ทำให้การเงินการคลังของประเทศเข้มแข็งขึ้น แม้ว่าจะมีการลงทุนจำนวนมากๆ ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนอย่างต่อเนื่องไม่ยอมตั้งกองทุนอินฟราฯ เพราะเห็นว่าการตั้งกองทุนอินฟราฯ ต้องดำเนินการเองมีความยุ่งยากและมีงานเพิ่ม เมื่อเทียบกับการกู้เงินหรือใช้เงินจากงบประมาณที่มีความสะดวกรวดเร็วกว่า แค่ทำเรื่องขอมาที่กระทรวงการคลัง ถ้าได้เงินก็ดำเนินการลงทุน ไม่ได้ก็รอขอปีต่อไป

นอกจากนี้ หน่วยงานต่างๆ ยังอ้างว่าการระดมทุนด้วยกองทุนอินฟราฯ มีต้นทุนสูงกว่ากู้เงิน ทำให้ไม่มีความพยายามที่จะดำเนินการ และรอที่จะใช้เงินลงทุนจากงบประมาณและเงินกู้เท่านั้น แต่หน่วยงานนั้นๆ ไม่ได้นึกถึงค่าเสียโอกาสและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนล่าช้า ซึ่งอาจจะสูงกว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มจากการระดมเงินทุนจากการตั้งกองทุนอินฟราฯ

ดังนั้น คสช.จึงต้องมีมาตรการที่ให้หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับการตั้งกองทุนอินฟราฯ เพื่อระดมทุนโครงการลงทุนต่างๆ ของประเทศในทุกๆ สาขา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระบบถนน ระบบราง โรงไฟฟ้า ระบบน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม สนามบิน ท่าเรือน้ำลึก โทรคมนาคม หรือพลังงาน

อย่างไรก็ดี ทาง คสช.ยังควรกำหนดว่า โครงการของหน่วยงานต่างๆ จะต้องมีสัดส่วนการลงทุนจากการตั้งกองทุนอินฟราฯ เป็นเท่าไรของการลงทุนในหน่วยงานนั้น เพื่อทำให้หน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญจากการตั้งกองทุนกองทุนอินฟราฯ รวมถึงต้องนำการจัดตั้งกองทุนอินฟราฯ เป็นตัวชี้วัดการประเมินผลงานของหน่วยงานนั้นด้วย เพื่อให้เกิดความรับผิดชอบของผู้บริหารในหน่วยงานนั้น

การผลักดันกองทุนอินฟราฯ เกิดขึ้นได้เร็วและมากเท่าไร ก็เป็นผลดีกับการลงทุนของประเทศเท่านั้น รวมถึงยังส่งผลดีกับตลาดทุนไทยมีทางเลือกให้กับนักลงทุนมากขึ้น ดูดเม็ดเงินจากนอกประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมฟื้นตัวได้รวดเร็วและมีเสถียรภาพ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ