
สารเคมีรั่วหามส่งรพ.นับร้อย
แหลมฉบังโกลาหลสั่งอพยพคนวุ่นลากเรือทิ้งทะเลจับตาประกายไฟระเบิด
แหลมฉบังโกลาหลสั่งอพยพคนวุ่นลากเรือทิ้งทะเลจับตาประกายไฟระเบิด
อพยพวุ่น สารเคมีท่าเรือแหลมฉบังรั่วไหล หามเด็กส่งโรงพยาบาลอื้อ ล่าสุดปลอดภัยแล้ว
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลจากเรือสัญชาติจีน บริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 105 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน โดยทั้งหมดมีอาการมึนศีรษะ แสบระคายเคืองตา ไอ คลื่นไส้ อาเจียน ง่วงซึม แต่เมื่อแพทย์พยาบาลปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว ก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้
เหตุการณ์สารเคมีอันตรายรั่วไหล เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังขนถ่ายสารเคมีของเหลวไวไฟอันตราย CLASS 3 ชื่อบิวทิล อะคลิเลต ซึ่งบรรจุอยู่ในถังน้ำหนัก 19,940 กิโลกรัม จากตัวเรือริเวอร์บริดจ์ สัญชาติจีน ลงมายังท่าเรือแหลมฉบัง
เจ้าหน้าที่ได้ทำถังแคปซูลตกลงกระแทกพื้นเรืออย่างแรง ทำให้ถังแคปซูลฉีกขาดเป็นรูกว้าง จนก๊าซที่อยู่ข้างในเกิดการรั่วไหลฟุ้งกระจายออกมาอย่างรวดเร็ว และถูกกระแสลมพัดลอยไปตามอาคารบ้านเรือน รวมถึงโรงเรียนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง
เป็นเหตุให้ชุมชนในพื้นที่สั่งอพยพคนเร่งด่วน โดยเฉพาะโรงเรียนเทศบาลนครแหลมฉบัง 2 ที่นักเรียนสูดดมสารเคมีเข้าไปจนล้มป่วยเป็นจำนวนมาก ต้องลำเลียงส่งโรงพยาบาลต่างๆ ประกอบด้วย โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา โรงพยาบาลแหลมฉบัง และโรงพยาบาลวิภารามแหลมฉบัง
ภายหลังเกิดเหตุ ร.ท.ยุทธนา โมกข่าว ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ ท่าเรือแหลมฉบัง ได้เรียกตัวแทนผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหา เบื้องต้นพบว่าสารเคมีดังกล่าวเป็นสารที่มีความไวไฟสูง ยากต่อการควบคุม จึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาซ่อมแซมอุดรอยรั่วของถัง จึงประสานไปยังกรมเจ้าท่าให้ลากเรือที่เกิดเหตุออกไปทอดสมอกลางทะเลประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อให้ความเข้มข้นของสารเคมีมีความเจือจางและมีผลกระทบต่อประชาชนรวมถึงชุมชนน้อยที่สุด
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้มีการเฝ้าระวังอันตรายขั้นสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดการระเบิดของสารเคมี โดยสั่งให้ปิดสวิตช์ไฟบนเรือทั้งหมดเพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ
ทั้งนี้ สารบิวทิล อะคลิเลต เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม มีลักษณะเป็นของเหลวไม่มีสี มีกลิ่นคล้ายผลไม้และเป็นสารไวไฟ เมื่อสูดดมเข้าไปจะเกิดการระคายเคืองทางเดินหายใจ ทำให้ปวดศีรษะ ไอ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจติดขัด เมื่อสัมผัสทางผิวหนังจะแสบไหม้ หากได้รับสารในปริมาณมากทำให้เป็นโรคปอดอักเสบ มีผลต่ออวัยวะสืบพันธุ์







