
ส่งออกเม.ย.ยังพุ่งต่อ35%
ส่งออก เม.ย. พุ่ง 35.2% มูลค่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ขาดดุล 266 ล้านเหรียญสหรัฐ เหตุน้ำมันแพง-นำเข้า
ส่งออก เม.ย. พุ่ง 35.2% มูลค่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ขาดดุล 266 ล้านเหรียญสหรัฐ เหตุน้ำมันแพง-นำเข้า
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือน เม.ย. 2553 มูลค่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 35.2% เทียบเดือน เม.ย. 2552 ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 6 ในรอบปีนี้ ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 1.43 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 46% ส่งผล ให้ไทยขาดดุลการค้าเดือน เม.ย. 266 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการขาดดุลครั้งแรกใน รอบ 17 เดือน นับจากเดือน พ.ย. 2551 ที่ไทยขาดดุลการค้า 1,264 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ภาพรวมส่งออก 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ของปี 2553 ขยายตัวถึง 32.5% มูลค่า 5.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่การนำเข้า 4 เดือน ขยายตัว 54.9% มูลค่า 5.66 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ไทยยังเกินดุลการค้าช่วง 4 เดือน 1,844 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับการส่งออกเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้นถึง 35.2% นั้น เป็นการเพิ่มขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 27.5% จากการเพิ่มขึ้นทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่า แต่สินค้าที่ลดลงทั้งปริมาณและมูลค่า ได้แก่ ข้าว เพราะปัญหาการแข่งขันด้านราคากับเวียดนาม ปากีสถาน และอินเดีย รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาท ส่วนสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 37.1% จากการเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง ขณะที่อัญมณี เพิ่มสูงถึง 305.9% เพราะการส่งออกทองคำสูงเพิ่มขึ้น 1,138%
ขณะที่ตลาดส่งออกเพิ่มต่อเนื่องทั้งตลาดหลักและตลาดใหม่ โดยตลาดหลักส่งออกเพิ่ม 21% ต่อเนื่อง 6 เดือน
นางพรทิวา กล่าวว่า ส่วนการนำเข้าเดือน เม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 46% เป็นการเพิ่มขึ้นทุกหมวด โดยเชื้อเพลิงเพิ่ม 67.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกเพิ่ม และมีวันหยุดช่วงเทศกาลทำให้การใช้น้ำมันเดินทางเพิ่ม สินค้าทุนเพิ่มขึ้น 45.2% เพราะนักลงทุนมั่นใจเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้ขยายการลงทุนและโครงการขนาดใหญ่ของรัฐเริ่มดำเนินการ สินค้าวัตถุดิบ/กึ่งสำเร็จรูป เพิ่ม 40.2% สอดคล้องกับภาคการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
นางพรทิวา กล่าวด้วยว่า แนวโน้มการส่งออกในเดือน พ.ค. คาดจะขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก มูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทั้งปีส่งออกคาดได้ตามเป้าขยายตัว 14% มูลค่า 1.74 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ด้านนายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้าที่เคยชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดินเริ่มกลับเข้ามาเจรจาอีกครั้ง คิดเป็นจำนวนที่ดินประมาณกว่า 100 ไร่ หลังการชุมนุมทางการเมืองยุติลง โดยคาดว่าหลังจากนี้จะเริ่มเห็นการทยอยเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน
ทั้งนี้ นักลงทุนที่ทยอยกลับมาส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนญี่ปุ่นที่มาลงทุนตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์ และผู้จัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์







