
โลกมองไทย
แม้ภาพทะเลเพลิงของสยามเมืองยิ้มจะปิดฉากลงแล้ว ทว่าสถานการณ์การเมืองไทยยังคงเป็นที่จับตามองของสำนักข่าวต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ริชาร์ด เบิร์นสไตน์ แห่งนิวยอร์กไทมส์ เขียนบทความเรื่อง
“ความล้มเหลวของประชาธิปไตยไทย” ว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบอบประชาธิปไตยที่สหรัฐพยายามสร้างต้นแบบขึ้นมาให้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บทความดังกล่าวยังยกคำถามของ โรเบิร์ต ดี แคปแลนด์ นักเขียนและสมาชิกระดับสูงของศูนย์เพื่อความมั่นคงใหม่ของสหรัฐ ว่า ใครคือผู้ที่ได้ประโยชน์ถ้าประเทศไทยอ่อนแอลง หรือกลายเป็นรัฐที่แตกแยก หากสถานการณ์ความขัดแย้งมาถึงจุดแตกหัก
แคปแลนด์ ได้ตอบคำถามว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์น่าจะเป็น ประเทศจีน เนื่องจากที่ผ่านมาไทยถือเป็นป้อมปราการสำคัญของสหรัฐในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นเจ้าบ้านที่มั่นคง แข็งแกร่ง และน่าเชื่อถือของฐานทัพสหรัฐ นับตั้งแต่สงครามเวียดนามเป็นต้นมา และหากประเทศไทยกลายเป็นรัฐที่อ่อนแอ ก็จะไม่สามารถต้านทานอิทธิพลของจีนที่จะแพร่เข้ามาได้
ทั้งนี้ บทความดังกล่าวยังระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ประชาธิปไตยของไทยอ่อนแอนั้นเป็นเพราะการแพร่ระบาดของการคอร์รัปชัน รวมทั้งการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างกว้างขวางในพื้นที่ชนบทของไทย
อย่างไรก็ตาม เบิร์นสไตน์ ยังระบุถึงทางออกของประเทศหลังผ่านเหตุความรุนแรงว่า ทั้งกลุ่มชนชั้นสูงและประชากรส่วนใหญ่ในต่างจังหวัด ต้องเรียนรู้บทเรียนจากความรุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้น
พร้อมกันนี้เบิร์นสไตน์ยังระบุว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในประเทศไทยนั้น จะยังเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มที่ชื่นชอบอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และกลุ่มที่ต่อต้านอดีตนายกฯ







