posttoday
Demand Response คืออะไร

Demand Response คืออะไร

13 กรกฎาคม 2557

ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักมากถึง 60-70%

ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักมากถึง 60-70% มีทั้งแหล่งก๊าซฯ ที่มาจากพม่ามาเลเซียและอ่าวไทย ในขณะที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็มีแผนหยุดซ่อมบำรุงท่อก๊าซฯ เกิดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปีใน 3 แหล่งหลัก ได้แก่ แหล่งก๊าซฯ เยตากุนยาดานา ประเทศพม่า แหล่งก๊าซฯ พื้นที่พัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย (เจดีเอ) และแหล่งก๊าซในอ่าวไทย ซึ่งทำให้ต้องหยุดจ่ายก๊าซฯ มายังไทย

ดังนั้น ช่วงที่มีการหยุดจ่ายก๊าซฯ จะต้องมีแผนบริหารจัดการด้านเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้รัดกุมและเหมาะสม เพื่อรักษาปริมาณสำรองไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ ไม่ให้กระทบต่อภาคอุตสาหกรรม และการใช้ไฟฟ้าทั่วไปของประชาชน เนื่องจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซฯ ผลิตต้องหยุดเดินเครื่อง

ที่ผ่านมาได้รับมือปัญหาดังกล่าวหลากหลายแนวทาง ทั้งการใช้น้ำมันเตาและดีเซลผลิตไฟฟ้าทดแทนในโรงไฟฟ้าที่สามารถปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงได้ หรือการจัดหาไฟฟ้าจากภาคอื่นๆ มาเสริม

สำหรับแนวทางที่น่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานได้ดี และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า ก็คือ การนำมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้า หรือ Demand Response มาใช้ โดยเฉพาะการชักชวนให้ผู้ประกอบการเอกชนที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่เข้าร่วมโครงการลดการใช้ไฟฟ้าลง เพราะมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยง ในขณะที่จะได้รับผลตอบแทนเมื่อลดใช้ไฟฟ้าได้จะจ่ายชดเชยให้หน่วยละ 4 บาท

ทั้งนี้ หลักการบริหาร Demand Response เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถตอบสนองสถานการณ์ต่างๆ ในอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ ซึ่งแตกต่างจากการดำเนินการในอดีตที่ใช้วิธีการประมาณความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าและความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด เพื่อนำมาวางแผนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้มีกำลังการผลิตที่เพียงพอและมีปริมาณกำลังไฟฟ้าสำรองในระดับที่กำหนด ในขณะที่ปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เริ่มมีข้อจำกัดในหลายๆ ด้านมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การชักชวนให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ภาคเอกชนเข้ามาร่วมโครงการลดใช้ไฟฟ้า ก็เหมือนกับได้สร้างโรงไฟฟ้าเทียมขึ้นมา แทนที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ หันมาใช้วิธีประหยัดไฟฟ้าในช่วงที่เกิดวิกฤตแทน

ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) หวังผลักดันให้เป็นมาตรการที่ถาวรในอนาคตที่จะลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 2,000 เมกะวัตต์/ปี หรือเทียบกับ 100 ชม. ประเมินเบื้องต้นหากทำได้ในช่วงระยะเวลาด 10 ปี จะทำให้เกิดประโยชน์คิดเป็นมูลค่า 3.8 หมื่นล้านบาท

แนวคิดในการนำมาตรการ Demand Response มาใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เห็นว่าจะมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ และสามารถดำเนินการได้ทั้งในภาวะปกติและในเหตุการณ์การหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติได้ในอนาคต

สิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป คือ ไม่ใช่เพียงแค่การประหยัดในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงานเท่านั้น แต่ควรรวมไปถึงทุกๆ วันจะต้องใส่ใจในเรื่องการประหยัดพลังงาน หรือการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพด้วย เพราะนั่นจะเป็นเครื่องมือที่ส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค