
เอสซี แอสเสท
...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ธุรกิจของทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นก้าวแรกเส้นทางมหาเศรษฐี คือ โทรคมนาคม ประกอบด้วยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท ชิน แซทเทลไลท์ และบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่นส์
แต่กิจการเหล่านี้ ขายผ่านมือไปให้เทมาเซกของสิงคโปร์แล้ว และการขายครั้งนั้นก็กลายเป็นเหตุให้ทักษิณเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองครั้งใหญ่
ทว่า ธุรกิจสำคัญของตระกูลชินวัตรยังมีอยู่ อาทิ บริษัท เอสซี แอสเสท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การขยายเครือข่ายจากธุรกิจโทรคมนาคมไปยังอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากทักษิณมองว่า ธุรกิจโทรคมนาคม มีขึ้นมีลง และมีความเสี่ยง จึงขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นอันหลากหลาย
และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ อสังหาริมทรัพย์
ตระกูลชินวัตร ยังเลือกจะรักษา เอสซี แอสเสทไว้ เมื่อครั้งขายกิจการโทรคมนาคมให้สิงคโปร์ โดยเอสซี แอสเสท มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ก็คือ ลูกสาว ลูกชาย และเครือญาติของทักษิณ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงเป็นน้องสาวทักษิณ
เหตุผลที่ยังรักษาบริษัทดังกล่าวก็เพราะทรัพย์สินของเอสซี แอสเสท มีมหาศาล โดยเฉพาะที่ดิน ซึ่งสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอให้ตระกูลชินวัตร
เอสซี แอสเสท สร้างโครงการบ้านที่อยู่อาศัยหลายทำเล ขณะเดียวกันยังมีกิจการให้เช่าที่มีทรัพย์สินมหาศาลอยู่ด้วย
กิจการเหล่านี้ อาทิ ตึกชินวัตร รวมไปถึงที่ดินซึ่งใช้สำหรับตั้งเสาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของเอไอเอส และแม้กระทั่งที่ดินของบริษัท ชิน แซทฯ ก็เช่ามาจากเอสซี แอสเสท
ธุรกิจของเอสซี แอสเสท จึงมีทั้งน้ำซึมบ่อทราย และธุรกิจก่อสร้างบ้านทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ
ปีที่แล้ว เอสซี แอสเสท กำไร 764 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นทั่วหน้า หุ้นละ 90 สตางค์ และเงินปันผลเข้าสู่ตระกูลชินวัตร หลักร้อยล้านบาท
นี่แหละ อีกหนึ่งธุรกิจในตระกูลชินวัตรที่ยังทำมาหากินอยู่ในแผ่นดินนี้อย่างเสรี
เห็นแล้ว น่าชื่นใจแทนจริงๆ







