
ผู้ที่จะพลิกฟื้นรถไฟฯ
ปัญหาความปลอดภัยของผู้โดยสาร ประสิทธิภาพการให้บริการ และการไร้สปิริตขาดสำนึก
ปัญหาความปลอดภัยของผู้โดยสาร ประสิทธิภาพการให้บริการ และการไร้สปิริตขาดสำนึกที่ดีของผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ถือเป็นความฉาวโฉ่ที่สังคมไทยเอือมระอาที่สุดในรอบสัปดาห์
แต่เมื่อ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งปลด “ประภัสร์ จงสงวน” พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2557 และแต่งตั้ง ออมสิน ชีวะพฤกษ์ เป็นประธานกรรมการ ร.ฟ.ท.ก็เรียกความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง
ชื่อของ “ออมสิน ชีวะพฤกษ์” นั้น ถือว่า ดี 1 ประเภท 1 ที่องค์กรธุรกิจของประเทศอยากได้ตัวมาทำงานมากที่สุด
ออมสิน จบปริญญาโทบริหารธุรกิจ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหลักสูตรการบริหารชั้นสูง จากฮาร์วาร์ด สหรัฐ
ทำงานไต่เต้ามาที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) จนเป็นรองผู้ว่าการ และซีเอฟโอ กสท. ก่อนตัดสินใจย้ายตามนายมาทำงานในบริษัท ไปรษณีย์ไทย ที่ถูกบังคับให้แปรรูปออกมาจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม เมื่อปี 2546
เมื่อก้าวขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท. เขาสามารถพลิกฟื้นจากรัฐวิสาหกิจที่ขาดทุนแน่เพราะแทบไม่เหลืออะไร นอกจากส่งจดหมาย ขายแสตมป์ ขณะที่ธุรกิจโทรเลขถูกแทนที่ด้วยมือถือและเอสเอ็มเอส
แต่ออมสินสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สามารถสร้างกำไรให้ไปรษณีย์อย่างคาดไม่ถึง จาก 348 ล้านบาทในปี 2548 มามีกำไร 777 ล้านบาทในปี 2549 และทะลุ 1,000 ล้านบาท ในปี 2551
ออมสินสร้างนวัตกรรมในธุรกิจได้อย่างคาดไม่ถึง ทั้งสั่งซื้อของทางไปรษณีย์ รับส่งของทั่วไทย รับจองพระเครื่อง รับชำระเงินเปย์แอตโพสต์แข่งกับเคาน์เตอร์เซอร์วิส เป็นช่องทางในการรับเงินฝากเงิน
ว่ากันว่า กระทรวงการคลังเสนอรายชื่อประธานบอร์ด ร.ฟ.ท. ไป 8 คน แต่หัวหน้า คสช. จิ้มไปที่ชื่อ “ออมสิน” คนเดียว...







