
ยิ่งตรวจ ยิ่งพบ ข้าวหายจากโกดัง
คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ยังคงสุ่มตรวจโกดังข้าวในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และน่าสังเกตว่า ยิ่งตรวจก็ยิ่งพบว่าหลายแห่งมีข้าวหายไปจากโกดัง
โดยก่อนหน้านี้ สุรพงษ์ เชียงทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย พ.อ.สมชาย อ่อนส้มกิจ รองผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 รักษาพระองค์ ได้ตรวจสอบโกดังบริษัท ฟีนิกซ์ อกริเทค (ประเทศไทย) ต.บางกะดี จ.ปทุมธานี พบว่า มีการนำนั่งร้านมาสอดไส้กลางกองกระสอบข้าว ทำให้ดูเหมือนมีกระสอบข้าววางอยู่จำนวนมาก แต่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้าวหายไปกว่า 9 หมื่นกระสอบ มูลค่ากว่า 69 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบอยู่ระหว่างทำรายงานเสนอ คสช.เพื่อพิจารณาดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันที่ 8 ก.ค. วีระยุทธ สุขเจริญ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม พ.อ.สถาพร บุญชู รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 24 และ พ.อ.นิธิวัฒน์ พงษ์งศรี เสนาธิการจังหวัดทหารบกสกลนคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กรมการค้าภายใน และ ธ.ก.ส.สกลนคร เข้าตรวจสอบลานมันปกิตต์ ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร โกดังเก็บข้าวสารตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปี 2556/2557 ซึ่งเป็นการตรวจสอบต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
วีระยุทธ กล่าวว่า หลังจากที่วันแรก 6 ก.ค. ได้ตรวจโกดังที่ อ.สว่างแดนดิน พบข้าวสูญหาย 200 กระสอบ วันที่ 7 ก.ค. ตรวจโรงสีศรีสกลเพียวไรซ์ อ.เมือง พบข้าวเน่าเสียหายเนื่องจากถูกน้ำฝน จำนวน 924 กระสอบ และตรวจพบในโกดังที่ 2 อีก 144 กระสอบ มีข้าวขาดหายไปอีก 523 กระสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบวันที่ 8 ก.ค. ที่ลานมันปกิตต์ อ.พังโคน ทั้ง 4 โกดัง พบว่าปริมาณข้าวอยู่ครบถ้วน กรณีข้าวหายรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาแล้ว ส่วนข้าวเน่าเสียทางประกันภัยขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ก็จะรับผิดชอบต่อไป
ด้าน พงษ์ชัย เกษมทวีศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ชุดที่ 41 รับผิดชอบพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ก.ค. จะเข้าตรวจสอบโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ประโคนชัย ตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าข้าวสารขาดหายจากโกดังกว่า 100 ตัน หรือกว่า 1,400 กระสอบ ส่วนการตรวจสอบโกดังอื่นๆ ใน จ.บุรีรัมย์ ที่ผ่านมาจะใช้วิธีสุ่มเจาะกองข้าวเพื่อตรวจพิสูจน์ว่าด้านล่างมีข้าวสารอยู่จริงหรือไม่ แต่ไม่พบความผิดปกติ
“มีเพียงกองข้าวที่จัดวางไม่เป็นระเบียบทำให้เป็นอุปสรรคในการตรวจนับ อย่างไรก็ตามหากตรวจพบโกดังใดมีข้าวขาดหายไม่ตรงตามบัญชีและไม่มีเอกสารหลักฐานมายืนยันก็จะให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ยังได้สุ่มเก็บตัวอย่างข้าวเพื่อส่งตรวจดีเอ็นเอป้องกันการนำข้าวคุณภาพต่ำมาปลอมปนด้วย”
ขณะเดียวกัน อรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะทำงานตรวจสอบปริมาณคุณภาพข้าว ชุดที่ 99 พร้อมด้วยคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบคลังสินค้าบริษัท สินทองดี พาราวู๊ด ต.ที่วัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เป็นอำเภอที่ 3 ที่มีการเก็บข้าวในโครงการรับจำนำ โดยคลังสินค้าแห่งนี้มีข้าวสารในโครงการถึง 60,068 กระสอบ กระสอบละ 100 กิโลกรัม ซึ่งพบว่าข้าวสารเสียหายทั้งหมดโดยอยู่ในสภาพกระจัดกระจาย ห้องเก็บชั้นแรกถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งโกดัง
พ.ต.ท.ผจญ เนียมริน รอง ผกก.สส.สภ.กะปาง ซึ่งรับผิดชอบในคดีเพลิงไหม้โกดังดังกล่าวได้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบฯ ว่า โกดังแห่งนี้ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2554 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2557 และครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2557 เบื้องต้นผลพิสูจน์ระบุว่าสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากสารเคมีอะลูมิเนียมฟอสไฟด์ ทำปฏิกิริยากับความชื้นสัมพัทธ์จนเกิดเพลิงไหม้จนสร้างความเสียหายให้กับข้าวเป็นจำนวนมาก
ด้าน อรวรรณ ระบุว่า คณะทำงานจะเก็บตัวอย่างข้าวเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ ส่วนความเสียหายทั้งหมด หรือสภาพกองข้าวที่ปรากฏนั้นจะรายงานไปยังส่วนกลางเพื่อที่จะกำหนดมาตรการในการดำเนินการต่อไป พร้อมกันนั้นจะเร่งเข้าทำการตรวจโกดังอื่นๆ ใน จ.นครศรีธรรมราช ที่เหลือให้เสร็จสิ้นต่อไปด้วย







