posttoday
4 ทีมสุดท้ายอย่างที่ใครหลายๆคนต้องการ

4 ทีมสุดท้ายอย่างที่ใครหลายๆคนต้องการ

06 กรกฎาคม 2557

ชัยชนะของ อาร์เจนติน่า เหนือ เบลเยียม จากประตูชัยของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ตามด้วยการแม่นโทษกว่าของ ฮอลแลนด์

สุรเดช สันติเลิศประภพ

 ชัยชนะของ อาร์เจนติน่า เหนือ เบลเยียม จากประตูชัยของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ตามด้วยการแม่นโทษกว่าของ ฮอลแลนด์ หรือ เนเธอร์แลนด์ ในเกมกับ คอสตาริก้า ทีมจอมเซอร์ไพรส์ ทำให้ในที่สุดเราได้ 4 ทีมสุดท้ายสำหรับรอบรองชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2014 เป็นที่เรียบร้อย

 บราซิล และ เยอรมัน จะเจอกันในรอบรองชนะเลิศคู่แรก ขณะที่ อาร์เจนติน่า เจอกับ ฮอลแลนด์ ในคู่ที่สองซึ่งจะเล่นห่างกันวันเดียว

 จากผลประกบคู่ที่ออกมานั้นถือว่าเป็นที่ถูกใจของแฟนบอลทั่วโลกไม่น้อย จริงอยู่ที่ทีมดังทีมอื่นๆอย่าง สเปน, อิตาลี, อังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส อาจจะไม่ได้อยู่ในรอบ 4 ทีมสุดท้ายด้วย แต่หากพิจารณาจากผลงานของทั้ง 4 ทีมอย่าง บราซิล, เยอรมัน, อาร์เจนติน่า และ ฮอลแลนด์ ในทัวร์นาเมนต์นี้แล้ว คงต้องยอมรับครับว่านี่คือ 4
  ทีมที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะได้มายืนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้

 การสูญเสีย เนย์มาร์ เพราะอาการบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังจะส่งผลกระทบมากน้อยแค่ไหน เป็นหน้าที่และการบ้านให้กับ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ในการจะเตรียมความพร้อมของอดีตแชมป์ 5 สมัยให้พร้อมที่สุดสำหรับเกมวันอังคารนี้

 ปัญหาของ บราซิล ในทัวร์นาเมนต์นี้คือการทำประตูของแนวรุก ที่มีแค่ เนย์มาร์ คนเดียวที่ดูพอจะฝากความหวังได้ หลายเกมของพวกเขาได้ประตูจากผู้เล่นในแดนอื่นขึ้นมาช่วยทำประตูโดยเฉพาะนักเตะในเกมรับอย่าง ติอาโก้ ซิลวา หรือ ดาวิด ลุยซ์ ที่ช่วยกันทำคนละประตูพา บราซิล สยบ โคลัมเบีย ลงได้ในเกมล่าสุด

 เยอรมัน คู่ต่อสูที่ยืนรอ บราซิล อยู่นั้น อยู่ในสภาพที่แข็งแกร่งนักเตะที่เจ็บอย่าง สโครดาน มุสตาฟี่ ก็ไม่ได้ถือว่าจะเป็นนักเตะตัวหลักในทีมของ โยอัคคิม เลิฟ แต่อย่างใด และแนวรับของ เยอรมัน นั้นยังสามารถจะหมุนเวียนผู้เล่นสลับตำแหน่งกันลงเล่นได้

 การขาด เนย์มาร์ น่าจะทำให้แนวรับของ เยอรมัน อุ่นใจได้บ้างที่จะไม่ต้องเจอกับความคล่องตัวของยอดกองหน้าจาก บาร์เซโลน่า ขณะเดียวกันแดนกลาง และ แนวรุกของ เยอรมัน ชุดนี้ก็ถือว่าสามารถสู้กับ บราซิล ได้แบบไม่เป็นรอง

 เกมระหว่าง บราซิล กับ เยอรมัน คงจะขึ้นอยู่กับแท็คติกของกุนซือของทั้งสองฝ่ายว่าใครจะวางแผนมาได้ดีและลงตัวมากกว่ากัน ถ้า บราซิล หลุดเข้าไปได้ทั้งประเทศของพวกเขาคงฉลองกันแบบสุดเหวี่ยงเพราะ บราซิล ก็รอแชมป์โลกมา 12 ปีและคงจะไม่มีอะไรยิ่งใหญ่และสมบูรณ์แบบไปกว่าการได้แชมป์ในดินแดนของตัวเองแถมยังได้ลบภาพแห่งฝันร้ายจากที่แพ้ อุรุกวัย
 คาบ้านในเกมสำคัญเมื่อ 64 ปีก่อนไปพร้อมๆกันด้วย

 ข้ามมาดูเกมระหว่าง อาร์เจนติน่า กับ ฮอลแลนด์ (ผมจะถนัดเรียกติดปากว่า ฮอลแลนด์ มากกว่า ต้องขอภัยด้วยที่ไม่ได้เรียกชื่ออย่างเป็นทางการของพวกเขาก็คือ เนธอร์แลนด์)

หากเปรียบเป็นมวยก็ถือว่าถูกคู่ และน่าดูไม่ต่างอะไรจากคู่ บราซิล vs เยอรมัน เลยแม้แต่นิดเดียว อาร์เจนติน่า อาจจะดูมีศักดิ์ศรีเหนือกว่าตรงที่พวกเขาเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้ว 2 สมัย ขณะที่ ฮอลแลนด์ ยังไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์เลยจากโอกาส 3 ครั้งที่เปิดให้

 ความมหัศจรรย์ของ เมสซี่ และเพื่อนๆ จะได้ถูกพิสูจน์ในเกมนี้เมื่อคู่ต่อสู้อย่าง ฮอลแลนด์ นั้นมียอดกุนซืออย่าง หลุยส์ ฟาน กัล คุมทีม และไหนจะมีผู้เล่นในเกมรุกที่สุดยอดอัดแน่นอยู่อย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, อาร์เยน ร็อบเบน รวมทั้ง เวสลี่ย์ สไนเดอร์

 เมสซี่ นั้นประสบความสำเร็จมาทุกอย่างแล้วในระดับสโมสร ไหนจะรางวัลส่วนบุคคล แฟนบอลทั่วโลกให้การยกย่องและยอมรับในความสามารถของเขา หากแต่เหลือเพียงแค่ถ้วยแชมป์โลกเท่านั้นที่ เมสซี่ ยังไม่สามารถเชยชมมันได้ ปีนี้เส้นทางของ อาร์เจนติน่า ถือว่าสดใสทีเดียว กับขุมกำลังที่มีอยู่โดยเฉพาะบรรดากองกลางและกองหน้า แต่ ฮอลแลนด์
 คงไม่ยอมเป็นทางผ่านให้กับทีม “ฟ้าขาว” ง่ายๆแน่เช่นกัน

 รอบรองชนะเลิศปีนี้ ถูกใจแฟนบอลเหลือเกิน และหวังว่าจะเล่นกันได้อย่างสนุกสมกับที่ทุกคนเฝ้ารอให้ฟุตบอลโลกมาถึงทุกๆ 4 ปีเช่นนี้ครับ...

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก