
กองทัพคุมลงทุนนํ้าทหารช่างนั่งเลขาฯ
คสช.ตั้งบอร์ดทหารคุมลงทุนน้ำ เจ้ากรมทหารช่างนั่งเลขาฯ
คสช.ตั้งบอร์ดทหารคุมลงทุนน้ำ เจ้ากรมทหารช่างนั่งเลขาฯ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. เป็นประธาน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นรองประธาน นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีเจ้ากรมทหารช่างเป็นเลขานุการ อธิบดีกรมชลประทานเป็นผู้ช่วยเลขานุการและกรรมการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารจัดการลงทุนน้ำทั้งระบบ โดยในปีงบประมาณ 2557 นี้จะนำงบ ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท มาจัดทำโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง
ก่อนหน้านี้ หน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำนั้นเป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) มีนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยได้มีการเปิดประมูลคัดเลือกบริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนระบบน้ำ 4 ราย วงเงิน 3 แสนล้านบาท
ด้าน นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผลิตผลทางการเกษตรระดับจังหวัด และศูนย์บริการประชาชนด้านการเกษตรในส่วนภูมิภาคขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่เกษตรกรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในพื้นที่ให้คล่องตัวและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
สำหรับโครงสร้างการปฏิบัติงานของศูนย์การช่วยเหลือผลิตผลทางการเกษตรระดับจังหวัด ประกอบด้วย ส่วนราชการในภูมิภาคระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และมีสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ มีหน้าที่รวบรวมข้อมูล ประสานงาน แก้ไขปัญหาและรายงานผลดำเนินงานทุกวัน และรายงานให้ศูนย์ช่วยเหลือผลิตผลทางการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทราบทุกสัปดาห์
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย ได้สั่งการในที่ประชุมผู้บริหารเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ให้ตั้งศูนย์ดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาเกษตรกรบานปลาย จนทำให้บุกเข้ามาร้องกับ คสช.ถึง กทม.เพราะปัจจุบันคสช.ต้องเข้าไปดูแลทุกเรื่อง
“เรื่องใดที่จังหวัดสามารถแก้ไขได้ ก็ควรแก้ไขให้จบที่จังหวัดนั้นๆ เพราะทุกคนต้องทำหน้าที่ ไม่ใช่โยนปัญหามา คสช.อย่างเดียว” แหล่งข่าวระบุ
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สำหรับศูนย์บริการประชาชนด้านการเกษตรในส่วนภูมิภาคนั้น ให้จังหวัดมอบหมายทุกส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคจัดตั้งศูนย์บริการประชาชนด้านการเกษตร เพื่อให้ความช่วยเหลือตามแนวทางปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ และรับเรื่องร้องเรียนหากมีปัญหา โดยจัดให้มีสถานที่ บริเวณที่ตั้งศูนย์ จัดเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์เพื่อให้บริการประชาชนที่มาติดต่อขอความช่วยเหลือ จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้เด่นชัด และจัดให้มีช่องทางในการติดต่อขอความช่วยเหลือจากประชาชน ซึ่งศูนย์บริการประชาชนด้านการเกษตร จะรายงานผลการดำเนินการให้ศูนย์การช่วยเหลือผลิตผลทางการเกษตรในระดับจังหวัด ทราบเป็นประจำทุกวันเช่นกัน///
กษตรฯตรวจแถว พ่อค้าปุ๋ย สารเคมีเกษตร เมล็ดพันธุ์ เสาร์นี้เกษตรกรเจอของถูกทั้งแผ่นดิน ส่งสารวัตรเกษตร 8 ชุด กว่า 150 นาย ลุยสุ่มตรวจปัจจัยการผลิตในพื้นที่แหล่งผลิตสำคัญประเดิมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล 13 จังหวัด หวังสร้างความมั่นใจเกษตรกร
ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ปล่อยขบวนสารวัตรเกษตรออกตรวจสอบโรงงานผลิตปุ๋ย สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และเมล็ดพันธุ์พืช 150 นาย เพื่อรณรงค์ให้ผู้ประกอบการผลิตปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรตามนโยบายของ คสช. เพื่อตรวจสอบพื้นที่รอบ กทม. และปริมณฑล 13 จังหวัดในรัศมี 200 กิโลเมตร เช่น จ.สุพรรณบุรี ชัยนาท สมุทรปราการ ราชบุรี นครนายก เป็นต้น เนื่องจากเป็นแหล่งต้นน้ำของผลผลิตปุ๋ย สารเคมีเกษตรที่สำคัญถึง 90% ก่อนกระจายไปจำหน่ายทั่วประเทศ
“เป้าหมายการตรวจสอบไม่ใช่เพื่อหาผู้กระทำผิด แต่จะตรวจสอบเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการคืนความสุขให้แก่ชาวนา ตามมาตรการของ คสช.ที่จะลดต้นทุนการผลิตลงไร่ละ 432 บาท หรืออยู่ที่ไร่ละ 4,355 บาท จากปัจจุบันอยู่ที่ไร่ละ 4,787 บาทลงมาอยู่ที่ไร่ละ 4,355 บาท โดยวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ อยากขอให้เอกชนทุกรายติดป้ายประกาศว่าร้านนี้เข้าร่วมโครงการ และขอให้ลดราคาขายได้จริง ตามนโยบายของคสช. ที่ขอให้ปัจจัยการผลิตที่ลดราคาจำหน่ายมีเพียงพอ ทั่วถึง และมีคุณภาพ” นายชวลิต กล่าว
ขณะเดียวกัน พบว่าหลัง คสช.ประกาศมาตรการดังกล่าว อธิบดีกรมการข้าว รายงานว่า ราคาเมล็ดพันธุ์ข้าวจากราคาจำหน่าย 22 บาท/กิโลกรัม ลดลงเหลือประมาณ 13 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าที่กระทรวงเกษตรฯ คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1518 บาท แสดงให้เห็นว่าเริ่มมาถูกทาง
ผู้แทนกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า กรมการค้าภายในออกประกาศราคาแนะนำปุ๋ยยาแล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ซึ่งคาดว่าภายในวันที่ 45 ก.ค.นี้ ผู้ค้าจะลดราคาจำหน่ายได้ทั่วประเทศ โดยขณะนี้การลดราคาจำหน่ายปุ๋ย ที่ต้นทางหรือผู้นำเข้าครอบคลุมประมาณ 80% แล้ว ส่วนปลายทางหรือร้านขายให้แก่เกษตรกร ยังมีบางส่วนที่ยังติดขัด ซึ่งต้องหาวิธีมาจัดการให้ได้
นายดำรง จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เมื่อบริษัทไทยธุรกิจการเกษตร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)เข้าร่วมด้วยก็เชื่อว่าการลดราคาปัจจัยการผลิตจะได้ผล 100 % อย่างไรก็ตามหากพบว่าร้านค้าหรือบริษัมใดจำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ สินค้าปลอม จะดำเนินคดีตามกฏหมายทันที
นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่า ผู้นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ ที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ ประมาณ 10 12 ราย และบริษัทย่อยอีกประมาณ 40 ราย ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดการจำหน่ายปุ๋ยประมาณ 6070% ของตลาด พร้อมร่วมมือจำหน่ายปุ๋ยตามราคาแนะนำอย่างเต็มที่ โดยจะลดและตรึงราคาปุ๋ยไว้ จนการปลูกข้าวนาปีปีนี้สิ้นสุดลง แต่อยากขอความเห็นใจว่า หากผู้ประกอบการบางรายยังลดราคาจำหน่ายไม่ทันตามเส้นตายที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ก็ขอให้แจ้งมาให้สมาคมทราบ ผู้ประกอบการพร้อมจะเข้าไปพูดคุยกับร้านค้าและเอเย่นต์ที่อยู่ในสายให้ความร่วมมือ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าว คสช.ขอความร่วมมือเพียงฤดูการผลิตนาปีที่คาดว่าจะใช้ปุ๋ยมากในช่วง ก.ค. ต.ค .2557 เท่านั้นเพราะปัจจุบันเอกชนมีภาระเช่นกันเนื่องจากนำเข้า 90% และราคาปุ๋ย จะขึ้นตามราคาน้ำมัน
นายประวิทย์ จตุรศรีวิไล นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร กล่าวว่า การลดราคาจำหน่ายปุ๋ยในระยะสั้นนั้น สมาคมฯ ยินดีช่วยเต็มที่ แต่ระยะยาวหากผู้ประกอบการปุ๋ยไทยจะขาดความแข็งแรง จะมีปัญหาในการต่อสู้บนเวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) โดยมีเวียดนามและจีนเป็นคู่แข่งหลัก เพราะวัตถุดิบปุ๋ย ไทยนำเข้าจากต่างประเทศเกือบทั้งหมด ขณะที่เวียดนามมีโรงปุ๋ยแล้ว 2 แห่ง แต่ไทยยังไม่มี ดังนั้น ควรพิจารณาแนวทางการเปิดสายแร่โปรแตส ซึ่งไทยมีอยู่มาก ในขณะที่การบริโภคก็สูงถึงปีละ 500,000 – 600,000 ตัน
นางวนิดา อังศุพันธุ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในประเทศไทย เกิดขึ้นใน 3 ภาคใหญ่ๆ คือ อีสาน เหนือ และกลาง โดยภาคกลางผลิตพันธุ์ข้าวได้มากเพียงพอเลี้ยงตัวได้ แต่ภาคอีสาน และเหนือ ผลผลิตยังต่ำมาก ดังนั้น จึงอยากฝากไปยังคสช. ว่า ให้ช่วยแก้ไขกฎหมายเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าว ที่อนุญาตให้เอกชนนำพันธุ์ข้าวต่างประเทศเข้ามาให้กรมการข้าวทดสอบในไทยได้ แต่หลังจากทดลองเสร็จให้ทำลายทิ้ง ควรแก้ไขว่า หากกรมการข้าวทดสอบเมล็ดพันธุ์ข้าวจากต่างประเทศแล้วพบว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดีมีประโยชน์ ควรจะอนุญาตให้เอกชนนำไปพัฒนาต่อเพื่อให้เป็นการค้าได้







