
ท.ทหารทุบโต๊ะโละเสื้อวินตัวละแสน
นโยบายจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถตู้ แท็กซี่ วินจักรยานยนต์ ในช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าเป็นลำดับขั้น เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
นโยบายจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถตู้ แท็กซี่ วินจักรยานยนต์ ในช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าเป็นลำดับขั้น เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด คือ การย้ายวินรถตู้รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มดีเดย์วันแรกวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันนี้ก็ยังมีการประชุมติดตามความคืบหน้าแก้ไขปัญหาการจัดระเบียบการใช้บริการขนส่งสาธารณะรับจ้างที่กองทัพภาคที่ 1 โดยมี พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) เป็นประธาน
พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่ารถจักรยานยนต์ รถตู้ และรถแท็กซี่ไม่ถูกกฎหมาย จะต้องเข้าไปอยู่ในระบบ คือ รถป้ายดำ ป้ายฟ้า ต้องไปทำเป็นป้ายเหลือง และคนขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่ 2 ไม่ใช่ใบขับขี่ส่วนบุคคล ถ้ายังทำไม่ถูกต้อง จะให้หยุดวิ่งทันที
น่าสนใจที่สุด คือ ปัญหาจักรยานยนต์รับจ้างไม่ปลอดภัย การเรียกเก็บค่าโดยสารแพง และเสื้อวินที่มีราคาแพง พล.ท.ธีรชัย ให้เวลา 15 วัน เสื้อวินที่มีราคาสูงเกือบแสนบาทจะต้องหมดไป
“พล.ท.ธีรชัย สั่งการว่า ภายใน 15 วัน ให้หน่วยทหารที่รับผิดชอบไปสำรวจทุกตรอกซอกซอยว่ามีจักรยานยนต์รับจ้างเท่าใด ต้องเสียเงินค่าเสื้อวินคนละเท่าใด ใครเป็นเจ้าของวิน ใครเป็นผู้เรียกเก็บเงิน พร้อมทั้งให้จักรยานยนต์รับจ้างไปลงทะเบียนกับกรมการขนส่งและไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อวินที่มีราคาแพง เมื่อไม่ต้องซื้อเสื้อวิน ก็จะทำให้ค่าโดยสารปรับลดตาม” พล.ต.วราห์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จะถึงขั้นต้องโละเสื้อวินทั้งหมดและทำใหม่หรือไม่นั้น ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
เช่นเดียวกับการจัดระเบียบรถตู้ ที่ประชุมมีแนวคิดไม่ให้รถตู้ที่วิ่งต่างจังหวัดเข้ามาในพื้นที่ด้านในตัวเมือง เพราะตามกฎหมายระบุไว้ว่าจะต้องอยู่บริเวณชานเมือง คือ หมอชิต สายใต้ และเอกมัย แต่ที่ผ่านมามีการผ่อนปรน ดังนั้นต่อไปจะต้องดำเนินการในแนวทางดังกล่าว
ด้านบรรยากาศการย้ายคิวรถตู้รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ ไปจอดที่ลานจอดรถแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีมักกะสัน แล้วให้วิ่งไปรับผู้โดยสารที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ในลักษณะ “จอดแล้วจร” ในที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น อาจมีความขลุกขลักบ้าง เพราะผู้โดยสารต้องซื้อตั๋วที่จุดจำหน่ายตั๋วกลาง แล้วเดินไปขึ้นรถยังจุดที่แต่ละคิวจัดเตรียมไว้รอให้รถมารับ แต่ผู้โดยสารบางส่วนยังไม่รู้ว่าซื้อตั๋วแล้วจะต้องไปขึ้นรถที่จุดไหน
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องความมีระเบียบและความคล่องตัวในการจราจรถือว่าดีขึ้นมาก เช่น ซอยหน้าร้านอาหารซงหลี เดิมรถตู้จอดแออัดกันภายในซอย แต่เช้าที่ผ่านมากลับไม่พบรถตู้จอดแช่แม้แต่คันเดียว ขณะที่ พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การจราจรติดขัดลดลงถึง 70% และประชาชนเดินบนทางเท้าได้สะดวกขึ้นด้วย
สุชาติ ทิพย์ดี หนุ่มออฟฟิศย่านสีลม เลิกงานเย็นในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เป็นอีกคนที่ต้องใช้รถตู้ในการเดินทางไปกลับ กล่าวว่า ช่วงเช้าไม่มีปัญหาในการขึ้นรถ เพราะรถตู้รับมาจากบ้านย่านสุขาภิบาล 3 และมายังจุดส่งตามปกติ แต่ขากลับรอรถตู้มาแล้ว 30 นาที เพราะไปซื้อตั๋วแล้วขึ้นรถผิดจุด ต้องเสียเวลาเดินและไปรอรถอีก
“มันก็เดินง่ายขึ้น ไม่ต้องหลบรถตู้แล้ว ดูเป็นระเบียบดี แต่ยังไม่ชัดเจนเรื่องจุดรับส่งผู้โดยสาร คิดว่าอีกไม่นานคงจะดีขึ้น” สุชาติ บอก
อย่างไรก็ตาม เมื่อไปดูที่ลานจอดรถแอร์พอร์ตลิงค์ พบว่ามีคนขับรถตู้ไปจอดในจุดนี้แค่หลักสิบคันเท่านั้น บางคันใช้วิธีวิ่งรถวนรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ รอคิวเข้ามารับผู้โดยสารแทนเพราะกลัวรถติด เนื่องจากในเวลาเร่งด่วนต้องใช้เวลาถึง 3045 นาที กว่าจะมารับผู้โดยสารได้
ไชยาภัทร เกิดเกียรติ ตัวแทนผู้ประกอบการรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ กล่าวว่า เป็นเพราะสถานที่ไกล หากการจราจรติดขัด คนขับรถก็บริหารเวลามารับผู้โดยสารไม่ได้ วินต่างๆ จึงอาศัยไปจอดตามสถานที่ของเอกชนแทน เสียเงินแต่ใกล้กว่าแอร์พอร์ตลิงค์







