
ชี้ชะตา
เหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน วิลเลียม เปเส็ก คอลัมนิสต์ ในฐานะผู้ช่ำชองด้านเอเชียของสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้แสดงความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นจุดชี้ชะตาว่าอินโดนีเซียจะก้าวสู่การปฏิรูปหรือจะหวนกลับคืนสู่ยุคเศรษฐกิจเผด็จการ
เหลืออีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน วิลเลียม เปเส็ก คอลัมนิสต์ ในฐานะผู้ช่ำชองด้านเอเชียของสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้แสดงความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นจุดชี้ชะตาว่าอินโดนีเซียจะก้าวสู่การปฏิรูปหรือจะหวนกลับคืนสู่ยุคเศรษฐกิจเผด็จการ
ทั้งนี้ ตัวเต็งในการเข้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีแดนอิเหนาในครั้งนี้ ได้แก่ โจโก วิโดโด ผู้ว่ากรุงจาการ์ตา และปราโบโว สุเบียนโต ผู้สืบทอดของอดีตเผด็จการซูฮาร์โต ซึ่งทั้งสองมีนโยบายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยวิโดโดจะเน้นการปฏิรูป ทั้งการต่อสู้การทุจริตและการลดขั้นตอนราชการที่ซ้ำซ้อน ทว่าสุเบียนโตกลับเน้นนโยบายเศรษฐกิจแบบชาตินิยมที่ลดการพึ่งพาต่างชาติ อาทิ ทบทวนข้อตกลงการค้าใหม่ จำกัดการลงทุนของต่างชาติในภาคธนาคาร และปรับเพิ่มภาษีอุตสาหกรรมเหมือง
อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงสภาพเศรษฐกิจแดนอิเหนาในปัจจุบันยังไม่สามารถลดการลงทุนจากต่างชาติได้ เพราะประชาชนส่วนมากยังคงยากจน และอินโดนีเซียยังต้องรับการลงทุนจากต่างชาติเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ยังขาดแคลน
เปเส็กเสนอทิ้งท้ายไว้ว่า เป็นเรื่องสำคัญมากที่อินโดนีเซียต้องไม่หวนคืนสู่เศรษฐกิจยุคเผด็จการที่เต็มไปด้วยปัญหาคอร์รัปชั่นและการเล่นพรรคเล่นพวกที่จะมาฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในปัจจุบันความโปร่งใสในอินโดนีเซียนั้นต่ำกว่าอียิปต์และโคโซโวเสียอีก







