
น่านเตรียมเยียวยาเหยื่อม็อบราชประสงค์
ผวจ.น่าน สั่งตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่ไปชุมนุมแยกราชประสงค์และขอกลับภูมิลำเนา พร้อมให้การเยียวยาช่วยเหลือหากได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ชุมนุม
ผวจ.น่าน สั่งตรวจสอบข้อมูลบุคคลที่ไปชุมนุมแยกราชประสงค์และขอกลับภูมิลำเนา พร้อมให้การเยียวยาช่วยเหลือหากได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ชุมนุม
นายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ผวจ.น่าน ได้สั่งการให้ทุกอำเภอพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลบุคคล ตามคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ส่งข้อมูลบุคคลที่ไปชุมนุมแยกราชประสงค์และได้ส่งกลับภูมิลำเนาที่จังหวัดน่าน จำนวน 17 ราย เป็นหญิง 3 ราย และชาย 14 ราย เป็นราษฎรในพื้นที่อ.เมืองน่าน,อ.ปัว,อ.ท่าวังผา,อ.เชียงกลาง ,อ.ทุ่งช้าง และอ.เวียงสา เพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูลบุคคลว่าถูกต้องหรือไม่ พร้อมเตรียมให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การช่วยเหลือเยียวยา หากได้รับความเสียหายจากเหตุชุมนุม
ขณะที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำโดย นายสุเมษ สายสูง หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน และ นายสุชาติ บูรมิตร หัวหน้าบ้านพักเด็กและและครอบครัวจังหวัดน่าน ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 25 จังหวัดน่าน ป้องกันจังหวัดน่าน จังหวัดทหารบกน่าน พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันประชุมเพื่อหาแนวทางเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ณ ห้องประชุมบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดน่าน
นอกจากนี้ยังเตรียมให้การเยียวยาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของมติ ครม. ซึ่งหากตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่า ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ 20,000 บาท ,บาดเจ็บเข้านอนรักษาตัวโรงพยาบาลไม่เกิน 20 วัน จ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ 60,000 บาท, บาดเจ็บสาหัส เข้ารับการรักษาตัวเกิน 20 วัน จ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ 100,000 บาท, ทุพพลภาพ ไม่สามารถประกอบกิจการงานประจำวันตามปกติได้ จ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ 200,000 บาท, กรณีเสียชีวิต จ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ 400,000 บาท และกรณีฟื้นฟูสมรรถภาพ จ่ายเงินให้ความช่วยเหลือ 200,000 บาท
นายสุชาติ บูรมิตร หัวหน้าบ้านพักเด็กและและครอบครัวจังหวัดน่าน กล่าวว่า จากการประชุม ได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลบุคคลที่ร่วมชุมนุมประท้วงที่แยกราชประสงค์ และได้ส่งกลับภูมิลำเนาจังหวัดน่าน จำนวน 17 ราย เพื่อพิจารณาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในภาวะเร่งด่วน ซึ่งจากการติดตามตรวจสอบข้อมูลตามที่อยู่ในบัตรประจำตัวประชาชน พบว่าบุคคลมีชื่อตามภูมิลำเนา แยกเป็นอำเภอปัว 4 ราย อ.ท่าวังผา 3 ราย อ.ทุ่งช้าง 1 ราย อ.เชียงกลาง 1 ราย อ. เวียงสา 2 ราย และอ.เมืองน่าน 6 ราย
ทั้งนี้จากการตรวจสอบรายชื่อเบื้องต้นพบว่า เป็นชนเผ่า 1 ราย และเป็นทหารเกณฑ์ในสังกัดกองพันทหารม้าที่ 15 จำนวน 2 ราย โดยพบว่า มี 14 ราย ซึ่งไม่พบตัวบุคคลตามที่ระบุในทะเบียนราษฎร์ เนื่องจากบางรายได้ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยไม่ได้มีการย้ายภูมิลำเนา ทำให้ชื่อยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดน่าน แต่ตัวตนที่แท้จริงอยู่ที่กรุงเทพฯ และมีเพียง 1 รายเท่านั้นที่ต้องการให้ช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพ ในส่วนของพลทหารเกณฑ์ ที่ได้หลบหนีออกจากค่าย ม.พัน 15 ตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา
โดยขณะนี้ได้ประสานกับหน่วยทหารให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจากการเข้าเยี่ยมบ้านเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือ พบว่ามีผู้ชุมนุมและครอบครัวบางรายที่ไม่ขอรับการช่วยเหลือและไม่ยินยอมให้ข้อมูลใดๆแก่เจ้าหน้าที่ด้วย
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ให้คำปรึกษาแนะนำในการขอรับการช่วยเหลือภายหลังได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน หมายเลขโทรศัพท์ 0-5471-0220 ในเวลาราชการ และที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดน่าน โดยติดต่อผ่านศูนย์ประชาบดี หมายเลข 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง







