posttoday
โกงภาษีมูลค่าเพิ่ม

โกงภาษีมูลค่าเพิ่ม

28 มิถุนายน 2557

การโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เกิดขึ้นเป็นระยะ ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหาย

การโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เกิดขึ้นเป็นระยะ ถือเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติมาก เพราะเงินที่โกงไปคือเงินภาษีที่จะต้องนำส่งคืนคลัง

คดีโกงแวต 4,000 ล้านบาท ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไล่ยึดทรัพย์อยู่นี้ เกิดขึ้นปลายสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนที่จะมีการยุบสภาได้ไม่นาน กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ขณะนั้น แถลงว่าได้มีผู้ร้องเรียนข้าราชการและเอกชนร่วมมือกันทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มส่งออก โดยไม่มีการส่งออกสินค้าจริง กระทรวงได้ดำเนินการฟ้องร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ดำเนินการในเรื่องนี้

หลังจากนั้นก็มีการสาวปมลึกทั้งในส่วนของดีเอสไอ พบว่าการทุจริตร่วมกันเป็นขบวนการทั้งเอกชน และข้าราชการกรมสรรพากร มีการแจ้งส่งออกเศษเหล็กตีมูลค่าสูงเกินจริง และไม่ได้มีส่งการออกสินค้าจริง เพื่อนำหลักฐานการส่งออกมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการตรวจสอบยังพบว่าผู้ส่งออกมีการสำแดงเป็นเท็จ ที่อ้างว่าเป็นเศษเหล็กที่แท้จริงเป็นก้อนหิน และมีบางกรณีที่กรมศุลกากรจับได้ และดำเนินคดีข้อหาสำแดงเท็จ ในการสอบส่วนของดีเอสไอได้มีการประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์เอกชนที่กระทำผิด ซึ่งเวลาผ่านมาเกือบหนึ่งปีเพิ่งมีการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดครั้งแรก

ในส่วนของข้าราชการ จากการสอบข้อเท็จจริงพบว่า มีมูลข้าราชการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตถึง 18 ราย ในจำนวนนี้มีข้าราชการระดับซี 9 ถึง 4 คน ซึ่งกระทรวงการคลังได้ตั้งกรรมการสอบผิดวินัยร้ายแรง ส่วนที่เหลืออีก 14 คน เป็นข้าราชการต่ำกว่าซี 9 ได้ส่งให้กรมสรรพากรสอบผิดวินัยร้ายแรง

ทั้งนี้การสอบวินัยทั้ง 2 ชุด ล่วงเลยมาเป็นเวลาหลายเดือนแต่ยังไม่ได้ข้อสรุปผลออกมา นอกจากนี้รายชื่อข้าราชการทั้งหมดที่ส่งให้ดีเอสไอดำเนินการเอาผิดทางอาญา แต่ดีเอสไอสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังไม่ดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องแม้แต่รายเดียว

คลังสรุปคดีโกงแวตมูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท เกี่ยวข้อง 65 บริษัท ข้าราชการมีเอี่ยว เล็งตั้งกรรมการสอบ

นายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโกงภาษีมูลค่า (แวต) จำนวน 4,000 ล้านบาท เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีโกงแวตดังกล่าว โดยกล่าวว่า คณะกรรมการฯได้รับข้อมูลจากกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 20 บริษัท จาก 45 บริษัทที่เหลือ ผลปรากฏว่า พบผู้กระทำความผิดเป็นเอกชนกลุ่มเดียวกันกับเอกชนจำนวน 20 บริษัทที่คณะกรรมการฯได้พบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และ มีข้าราชการสรรพากรเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2 คน เป็นระดับปฏิบัติ 1 คน และระดับผู้เชี่ยวชาญ 1 คน โดยเสนอให้นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไปว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยหรือไม่

"การทำงานของคณะกรรมการฯ มีความรวดเร็วมากขึ้น หลังจากที่กระ ทรวงการคลังได้เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมสรรพากรจากนายสาธิต รังคสิริ มาเป็นนายสุทธิชัย สังขมณี ทำให้ได้รับเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนทั้ง65 บริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม"

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีบริษัทที่เกี่ยวข้องรวม 65 บริษัท ก่อนหน้านี้ หรือ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงแวตไปแล้ว 20 บริษัท เสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังในช่วงนั้น คือ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พิจารณาสอบวินัยข้าราชการ 18 คน ในจำนวนนี้ 14 คน ซึ่งเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ8 หรือซี8 ลงไปทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้สอบวินัย ที่เหลืออีก 4 คนที่เป็นข้าราชการระดับ 9 ของกรมสรรพากรนั้น ทางฝั่งกระทรวงการ คลังเป็นผู้สอบวินัย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย

"จากการตรวจสอบพบว่า ผู้กระทำความผิดกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน หรือเป็นกลุ่มเดียว ทำให้การตรวจสอบมีความง่ายมากขึ้น โดยผู้กระทำความผิดระบุว่า ได้ส่งเศษเหล็กไปต่างประเทศ เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ข้อเท็จ จริงแล้วได้ส่งเศษหินไปแทน โดยกรมศุลกากรได้ตรวจพบและแจ้งให้กรมสรรพากรรับทราบ แต่ต่อมาบริษัทเจ้าของสินค้าไปแจ้งความว่า สินค้าในตู้คอนเทรนเนอร์ถูกขโมยและเปลี่ยนสินค้าจากเศษเหล็กเป็นก้อนหินเพื่อนำใบบันทึกประจำวันไป เป็นหลักฐาน แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรก็อนุมัติคืนแวต เป็นเงินจำนวน30 ล้านบาท โดยไม่ได้ตรวจสอบว่า มีสินค้าส่งออกไปจริงหรือไม่"

นอกจากนี้แล้ว ยังพบผู้กระทำความเป็นกลุ่มที่สามคือ 25 บริษัทสุดท้ายจากจำนวนทั้งหมด 65 บริษัท โดยระบุว่า ได้ส่งคอมพิวเตอร์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่สินค้าที่ส่งออกไปจริงเป็นพืชผักผลไม้ เพื่อขอคืนภาษีแวต แต่เนื่องจากสินค้าเกษตรมีภาระภาษีแวต การอ้างว่า สินค้าที่ออกไปเป็นคอมพิวเตอร์ก็เท่ากับผู้ส่งออกได้ขอคืนภาษีแวตอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งบริษัทกลุ่มที่สามนี้ อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน ซึ่งรวมถึง มูลค่าแวตที่ขอคืน เพื่อรายงานปลัดกระทรวงการคลังรับทราบต่อไป

เสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังในช่วงนั้น คือ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พิจารณาสอบวินัยข้าราชการ 18 คน ในจำนวนนี้ 14 คน ซึ่งเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ8 หรือซี8 ลงไปทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้สอบวินัย ที่เหลืออีก 4 คนที่เป็นข้าราชการระดับ 9 ของกรมสรรพากรนั้น ทางฝั่งกระทรวงการ คลังเป็นผู้สอบวินัย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้กระทรวงการคลัง ได้ร้องไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มนิติบุคคลผู้ขายสินค้าเศษเหล็กส่งออกและออกใบกำกับภาษีมีพฤติการณ์โกง ในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ช่วง ส.ค.-เม.ย. 56 จำนวน 4,000 ล้านบาท

ขณะที่นายวีระยุทธ ถูก ป.ป.ง.เข้าค้น 4 จุดยึดทรัพย์ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา และขณะนี้คาดว่าได้หลบหนีการจับกุม ไปประเทศกัมพูชาแล้ว

คลังสรุปคดีโกงแวตมูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท เกี่ยวข้อง 65 บริษัท ข้าราชการมีเอี่ยว เล็งตั้งกรรมการสอบ

นายประสิทธิ์ สืบชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโกงภาษีมูลค่า (แวต) จำนวน 4,000 ล้านบาท เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีโกงแวตดังกล่าว โดยกล่าวว่า คณะกรรมการฯได้รับข้อมูลจากกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 20 บริษัท จาก 45 บริษัทที่เหลือ ผลปรากฏว่า พบผู้กระทำความผิดเป็นเอกชนกลุ่มเดียวกันกับเอกชนจำนวน 20 บริษัทที่คณะกรรมการฯได้พบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน และ มีข้าราชการสรรพากรเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2 คน เป็นระดับปฏิบัติ 1 คน และระดับผู้เชี่ยวชาญ 1 คน โดยเสนอให้นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาต่อไปว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยหรือไม่

"การทำงานของคณะกรรมการฯ มีความรวดเร็วมากขึ้น หลังจากที่กระ ทรวงการคลังได้เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมสรรพากรจากนายสาธิต รังคสิริ มาเป็นนายสุทธิชัย สังขมณี ทำให้ได้รับเอกสารและหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนทั้ง65 บริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม"

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีบริษัทที่เกี่ยวข้องรวม 65 บริษัท ก่อนหน้านี้ หรือ ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีโกงแวตไปแล้ว 20 บริษัท เสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังในช่วงนั้น คือ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม พิจารณาสอบวินัยข้าราชการ 18 คน ในจำนวนนี้ 14 คน ซึ่งเป็นข้าราชการตั้งแต่ระดับ8 หรือซี8 ลงไปทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้สอบวินัย ที่เหลืออีก 4 คนที่เป็นข้าราชการระดับ 9 ของกรมสรรพากรนั้น ทางฝั่งกระทรวงการ คลังเป็นผู้สอบวินัย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนทางวินัย

"จากการตรวจสอบพบว่า ผู้กระทำความผิดกลุ่มแรกและกลุ่มที่สอง ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกัน หรือเป็นกลุ่มเดียว ทำให้การตรวจสอบมีความง่ายมากขึ้น โดยผู้กระทำความผิดระบุว่า ได้ส่งเศษเหล็กไปต่างประเทศ เพื่อขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ข้อเท็จ จริงแล้วได้ส่งเศษหินไปแทน โดยกรมศุลกากรได้ตรวจพบและแจ้งให้กรมสรรพากรรับทราบ แต่ต่อมาบริษัทเจ้าของสินค้าไปแจ้งความว่า สินค้าในตู้คอนเทรนเนอร์ถูกขโมยและเปลี่ยนสินค้าจากเศษเหล็กเป็นก้อนหินเพื่อนำใบบันทึกประจำวันไป เป็นหลักฐาน แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรก็อนุมัติคืนแวต เป็นเงินจำนวน30 ล้านบาท โดยไม่ได้ตรวจสอบว่า มีสินค้าส่งออกไปจริงหรือไม่"

นอกจากนี้แล้ว ยังพบผู้กระทำความเป็นกลุ่มที่สามคือ 25 บริษัทสุดท้ายจากจำนวนทั้งหมด 65 บริษัท โดยระบุว่า ได้ส่งคอมพิวเตอร์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่สินค้าที่ส่งออกไปจริงเป็นพืชผักผลไม้ เพื่อขอคืนภาษีแวต แต่เนื่องจากสินค้าเกษตรมีภาระภาษีแวต การอ้างว่า สินค้าที่ออกไปเป็นคอมพิวเตอร์ก็เท่ากับผู้ส่งออกได้ขอคืนภาษีแวตอย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งบริษัทกลุ่มที่สามนี้ อยู่ระหว่างการสรุปสำนวน ซึ่งรวมถึง มูลค่าแวตที่ขอคืน เพื่อรายงานปลัดกระทรวงการคลังรับทราบต่อไป

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน