
ไฟเขียวแม่ทัพ4ประกาศเคอร์ฟิวหากมีเหตุรุนแรง
ผบ.ทบ.ไฟเขียวให้อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 ประกาศเคอร์ฟิวหากพื้นที่ใดเกิดเหตุรุนแรง
ผบ.ทบ.ไฟเขียวให้อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 ประกาศเคอร์ฟิวหากพื้นที่ใดเกิดเหตุรุนแรง
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ให้อำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 มีอำนาจประกาศห้ามออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว หากพบว่าพื้นที่ใดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพื่อควบคุมสถานการณ์ แล้วรายงานมายัง คสช. อาจเป็นห้วง 3 ทุ่มตี 3 ซึ่งไม่รบกวนเวลากรีดยางของประชาชน ในพื้นที่
พ.อ.บรรพต กล่าวอีกว่า โครงสร้างการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ในปีงบประมาณ 2558 ผบ.ทบ.สั่งการให้ใช้กรอบอัตรากำลังเช่นเดียวกับปี 2557 เพราะเหตุการณ์ยังไม่นิ่ง โดยให้ปรับกำลังตำรวจความมั่นคงและกำลังประจำถิ่นต่างๆ ลงพื้นที่ให้ชัดเจนก่อน แล้วจึงวางกำลังทหารลงไปเสริม สำหรับกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทั้งกลุ่มนักศึกษาและภาคประชาชน ขอให้ระมัดระวังเพราะอยู่ในห้วงของ คสช. โดยขอให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าไปทำความเข้าใจ และพยายามให้เข้ามามีส่วนร่วมกับทางราชการ
ด้านการพูดคุยสันติภาพที่หยุดชะงักมานานเกือบ 1 ปีนั้น โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการพูดคุยสันติภาพ โดยประสานกับประเทศมาเลเซีย การที่กลุ่มบีอาร์เอ็นตั้งประเด็นปกครองตนเองนั้น ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยวจะแบ่งแยกมิได้ ซึ่งนอกจากจะหมายถึงดินแดนแล้ว ยังมีความหมายถึงเขตการปกครองด้วย แต่มีการปกครองรูปแบบพิเศษ เช่น กทม. ซึ่งต่างกับเขตปกครองพิเศษที่กล่าวถึงกัน







