
ตลาดรถอิเหนาบูมจ่องไทยปีนี้
มาซากิ ฮอนดะ ผู้อำนวยการด้านการให้คำปรึกษาด้านยานยนต์และการขนส่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่าอินโดนีเซียจะสามารถกลายเป็นประเทศที่มีตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แซงหน้าไทยภายในปีนี้ เนื่องจากว่าอินโดนีเซียมีการขยายตัวในตลาดยานยนต์ที่สม่ำเสมอ
มาซากิ ฮอนดะ ผู้อำนวยการด้านการให้คำปรึกษาด้านยานยนต์และการขนส่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่าอินโดนีเซียจะสามารถกลายเป็นประเทศที่มีตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) แซงหน้าไทยภายในปีนี้ เนื่องจากว่าอินโดนีเซียมีการขยายตัวในตลาดยานยนต์ที่สม่ำเสมอ
ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ประเมินว่า ยอดขายรถยนต์ในแดนอิเหนาจะเติบโต 6.5% ไปอยู่ที่ 1.23 ล้านคันในปีนี้ โดยข้อมูลจากทางสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งอินโดนีเซียเพิ่งเปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วงเดือน ม.ค.พ.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.8% ไปอยู่ที่ 5.31805 แสนคัน
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทให้คำปรึกษาและวิจัยชื่อดังกลับประเมินว่ายอดขายรถยนต์ในไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้นำในตลาดรถยนต์ในอาเซียนจะปรับตัวลดลง 11.7% ไปอยู่ที่ 1.18 ล้านคันในปีนี้ อันเนื่องมาจากวิกฤตทางการเมืองที่ยืดเยื้อ
ทั้งนี้ ยอดขายรถในไทยนั้นปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายรถคันแรกในปี 2012 ที่ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนซื้อรถยนต์มากขึ้น
“อินโดนีเซียจะสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในอาเซียนปีนี้ที่ 37% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 35%” ฮอนดะ ระบุ
ขณะเดียวกัน ฮอนดะคาดการณ์ว่ายอดขายในมาเลเซียและประเทศอื่นๆ ในอาเซียนจะสามารถชดเชยยอดขายที่ตกลงในประเทศไทยได้ในปีนี้ โดยยอดขายรถในมาเลเซียปีนี้น่าจะปรับเพิ่มขึ้น 3.5% ไปอยู่ที่ 6.75 แสนคัน ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่ไม่รวมอินโดนีเซียและไทยจะปรับเพิ่มขึ้น 15% ไปอยู่ที่ 3.8 แสนคัน
นอกจากนี้แล้ว บริษัทวิจัยชื่อดังยังประเมินอีกว่า อินโดนีเซียจะยังมียอดขายรถพลังงานสะอาดราคาถูกเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเริ่มเข้ามามีบทบาทของรถยนต์ประเภทนี้เมื่อช่วงปลายปี ที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการไล่ตามยอดขายรถยนต์ สีเขียวในไทย ที่ปีที่แล้วมียอดขาย 67% ของยอดขายรถพลังงานสะอาดทั้งหมดในอาเซียนที่มียอดขายทั้งหมดที่ 2.75 แสนคน
ทั้งนี้ ยอดขายของรถพลังงานสะอาดในช่วง 4 เดือนแรก ในอินโดนีเซียอยู่ที่ 5.1 หมื่นคัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 18% ของตลาดรถยนต์พลังงานสะอาดในอาเซียนเลยทีเดียว โดยคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์พลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียนจะขยายตัว 20% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกัน มีการประกาศผลรางวัลเมืองที่มีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยมี 3 จังหวัดของไทย อันได้แก่ จ.เชียงราย ร้อยเอ็ด และนครสวรรค์ ได้รับรางวัลดังกล่าว
สำหรับ “เชียงราย” นั้นได้รับรางวัลเมืองที่มีความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมในอาเซียนในภาพรวม เนื่องจากเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีความสามารถในการกำจัดของเสียและการจัดการพื้นที่สีเขียวได้ดีเยี่ยม
ขณะที่ “ร้อยเอ็ด” ได้รับรางวัลในด้านการจัดการพื้นที่สีเขียวและจัดการของเสียในประเภทเมืองขนาดเล็ก ส่วน “นครสวรรค์” ได้รับรางวัลในด้านการจัดการน้ำยอดเยี่ยมในประเภทเมืองขนาดเล็กเช่นเดียวกัน







