
หมายจับก่อการร้าย...เด็ดปีกทักษิณ
หากศาลอนุมัติหมายจับทักษิณข้อหาผู้ก่อการร้าย แม้ทักษิณจะเป็นเซียนเหยียบเมฆไร้ร่องรอยและหลักฐาน แต่เชื่อว่า หากประเทศใดให้ที่พำนักจากนี้ ประเทศนั้นไม่เพียงแต่จะเกิดความแตกแยก
หากศาลอนุมัติหมายจับทักษิณข้อหาผู้ก่อการร้าย แม้ทักษิณจะเป็นเซียนเหยียบเมฆไร้ร่องรอยและหลักฐาน แต่เชื่อว่า หากประเทศใดให้ที่พำนักจากนี้ ประเทศนั้นไม่เพียงแต่จะเกิดความแตกแยก
โดย...ทีมข่าวการเมือง
วันนี้ 13.30 น. คงได้ลุ้นระทึกว่า ศาลอาญาจะอนุมัติหมายจับ “ทักษิณ ชินวัตร” ข้อหาผู้ก่อการร้าย ตามที่ “ดีเอสไอ” ขออนุมัติหรือไม่
การไต่สวนของศาลได้แยกพิจารณาข้อหา ทักษิณ เป็นการเฉพาะ หลังจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ “ดีเอสไอ” ได้ขออนุมัติหมายจับก๊อกสองกับแกนนำ นปช. เพิ่มเติม 10 ราย
ล็อตหลังที่ดีเอสไอชงศาล แกนนำสำคัญที่ติดโผ เช่น อดิศร เพียงเกษ วิภูแถลง พัฒนภูมิไท พายัพ ปั้นเกตุ เจ๋ง ดอกจิก วิเชียร ขาวขำ อารี ไกรนรา ส่วนสามเกลอและบิ๊ก|นปช. แถวหน้าทั้งหลาย ถูกดีเอสไอดำเนินคดีผู้ก่อการร้ายไปก่อนหน้านี้
หากศาลอนุมัติจับทักษิณในฐานะ “ผู้ก่อการร้าย” ชะตากรรมนายใหญ่จะเป็นอย่างไร?
ทักษิณย่อมถูกเทียบเป็น “หัวหน้าคณะผู้ก่อการร้าย” โอกาสที่จะเคลื่อนไหวไปไหนถนัด ใช้ประเทศนั้นประเทศนี้เป็นที่พำนักโจมตีประเทศไทยก็คงทำได้ยากยิ่ง
เพราะน้ำหนักที่นานาชาติจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและศาลไทยในการสกัด ติดตามตัวทักษิณ จะมีมากขึ้น
อย่าลืมว่า ผลของการชุมนุมที่เกิดการปะทะกัน ลงท้ายด้วยการเผาเมือง จนประเทศสูญเสียมหาศาล แม้ฝ่าย นปช.กับรัฐบาล ต่างอ้างว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ฝั่ง นปช.บอกทหารฆ่าประชาชน จนคนของ นปช.ก็ตายไปเยอะ ส่วนการจุดเพลิงราชประสงค์ พรรคเพื่อไทยพยายามอธิบายว่าเป็นฝีมือของกลุ่มสร้างสถานการณ์ หาใช่ นปช.ไม่
สังคมสองขั้วที่แตกแยกขณะนี้ก็ล้วนมี ธงคำตอบ คำตัดสินในใจกันอยู่แล้ว สำคัญที่การดำเนินคดีทางกฎหมาย ในการเอาคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม
สำหรับรัฐบาลดำเนินคดีกับแกนนำ นปช. ข้อหาผู้ก่อการร้าย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล้มเจ้า
ขณะที่แกนนำ นปช.ก็ต่อสู้ทางกฎหมาย โดยเตรียมยื่นฟ้อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และสุเทพ เทือกสุบรรณ ต่อศาลอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ และศาลอาญาไทย ข้อหาฆ่าประชาชน
แต่การรวบรวมหลักฐานของรัฐบาล เอาผิดกับทักษิณ แน่นหนาทั้งเอกสาร พยานบุคคล|คำปราศรัย การจับกุมเหล่าการ์ด แนวร่วม|นปช. พร้อมอาวุธสงครามร้ายแรงมากมาย การสนับสนุนผ่านท่อน้ำเลี้ยงที่มัดว่า ทักษิณคือหัวขบวนเสื้อแดงที่สร้างความปั่นป่วนในประเทศ
โดยเฉพาะคำปราศรัยปลุกระดมของทักษิณ ผ่านการโฟนอินระหว่างการชุมนุมหลายครั้งให้ทำสงครามประชาชนป่วนเมือง
แม้ข้อหาผู้ก่อการร้ายของทักษิณ จะดูไม่ร้ายแรงเท่า “บินลาเดน” ผู้ก่อการร้ายสากลกลุ่มอัลกออิดะห์ ที่สยองขวัญประเทศตะวันตก
ทว่า กรณีเหตุ 9/11 ที่บินลาเดนโจมตีสหรัฐ ส่งผู้สลัดอากาศถล่มตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อ 8 ปีก่อน ก็ดูจะคลับคล้ายกรณีทักษิณหนุนกลุ่ม นปช. ถล่มตึกเซ็นทรัลเวิลด์ในไทย
ข้อสำคัญ ใครก็ตามถูกหมายจับในข้อหาฉกรรจ์ “ผู้ก่อการร้าย” นานาชาติล้วนให้ความสำคัญยิ่ง
“สุรชัย ศิริไกร” อาจารย์รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ขยายความว่า เกือบทุกประเทศหรือแม้แต่จีน ก็ลงนามในสนธิสัญญาต่อต้านลัทธิการก่อการร้าย อาจมีเพียงไม่กี่ประเทศ เช่น โซมาเลีย พม่า เกาหลีเหนือ หรือประเทศที่ไม่ได้ร่วมมือกับตะวันตกที่ไม่ได้ลงนาม เชื่อว่าถ้าทักษิณถูกศาลอนุมัติจับเป็นผู้ก่อการร้าย ก็คงเคลื่อนไหวยากแน่
นี่เป็นยุทธวิธีที่รัฐบาลใช้ “โลกล้อมทักษิณ” หลังจากที่ทักษิณใช้ “โลกล้อมไทย” อยู่พักใหญ่
รัฐบาลชุดนี้ฝังใจว่า เหตุที่ประเทศต้องสะดุดเพราะทักษิณ คือหัวใจการเคลื่อนไหวของเสื้อแดง จนนับวันขบวนการ “แดงทั้งแผ่นดิน” แข็งแกร่งอย่างน่าเกรงขาม
อภิสิทธิ์ กับบิ๊กประชาธิปัตย์ พยายามทุกวิถีทางเพื่อหลุดพ้น “กับดักทักษิณ” แต่ยิ่งก้าวข้ามก็ยิ่งสะดุดขาตัวเอง ทำให้ประเทศจอดแช่อยู่ที่ “สถานีทักษิณ” มาหลายปี จะเดินไปข้างหน้าก็ไม่ได้
แม้แต่ศึกเสื้อแดงที่เพิ่งจบลงใช่ว่าเสื้อแดงจะโรยราลง ตรงกันข้ามบาดแผลครั้งนี้ทิ้งเชื้อให้กองทัพเสื้อแดงขยายแนวร่วมได้อีกมาก
ตลอดปีเศษรัฐบาลได้ส่ง “กษิต ภิรมย์” รมว.ต่างประเทศ ไล่ล่าทักษิณ ด้วยมาตรการทางการทูต กดดันประเทศต่างๆ ห้ามให้ที่พำนักทักษิณ
โดยใช้คำตัดสินศาลฎีกาที่ตัดสินจำคุกทักษิณ 2 ปี ในคดีอาญาทุจริตที่ดินรัชดาฯ รวมถึงกรณีทักษิณเกี่ยวข้องกับการล้มประชุมผู้นำสุดยอดอาเซียนในเหตุการณ์สงกรานต์จลาจลปีที่แล้ว
รัฐบาลไทยได้ขอความร่วมมือกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แหล่งกบดานที่ทักษิณใช้เป็นฐานที่มั่นกองบัญชาการเสื้อแดงนอกประเทศ จนรัฐบาลต้องทำสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
การกระชับวงล้อมของรัฐบาล เห็นผลระดับหนึ่ง ทักษิณกลายเป็นขอมดำดิน ไม่กล้าใช้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์วิดีโอลิงก์ผ่านเวทีเสื้อแดงอย่างโจ่งแจ้ง
แต่ “ทักษิณ” ที่กว้างขวาง และด้วย “อำนาจเงิน” ที่เป็นใบเบิกทาง เขาใช้เครื่องบินเจ็ตโฉบเฉี่ยว ย้ายหนีไปประเทศโลกที่สาม บ้างก็ตะวันตก โจมตีรัฐบาลด้วยอาวุธที่ “เบาแต่หนัก” คือการโฟนอินยุให้คนเสื้อแดงทำสงครามประชาชน
โดยเล็งประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย เช่น สวีเดน ฟิจิ มอนเตเนโกร นิการากัว
กระทั่งยื่นขอเป็นพลเมืองเพื่อใช้สิทธิอยู่ในประเทศนั้น หรือใช้เทคนิคเปลี่ยนหน้า เปลี่ยนชื่อ เข้าประเทศนั้น ประเทศนี้ เช่น รัสเซีย กระทั่งช็อปกระหน่ำ ดูเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่ฝรั่งเศส เย้ยหยันรัฐบาลไทย
วันนี้ หากศาลอนุมัติหมายจับทักษิณข้อหาผู้ก่อการร้าย แม้ทักษิณจะเป็นเซียนเหยียบเมฆไร้ร่องรอยและหลักฐาน แต่เชื่อว่า หากประเทศใดให้ที่พำนักจากนี้ ประเทศนั้นไม่เพียงแต่จะเกิดความแตกแยกดังที่บางประเทศต้องทะเลาะกันเอง เมื่อฝ่ายค้านและรัฐบาลเปิดศึกกรณีให้ที่หลบภัยทักษิณ ยังจะถูกนานาชาติคว่ำบาตรซ้ำสองด้วย







