
เลื่อนเปิดเทอมอีก 6 แห่ง วันแรกเด็กคึกคัก...ขาดเรียนอือ
8...ธนวัฒน์/ธเนศน์
แม้หลายโรงเรียนจะเปิดเทอมแล้วเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศให้โรงเรียนอีก 6 แห่ง เลื่อนไปเปิดเรียนเป็นวันที่ 31 พ.ค. เพราะยังเตรียมสถานที่ไม่เรียบร้อย คือ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา โรงเรียนพระแม่มารี โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โรงเรียนเซนต์ดอมินิก โรงเรียนพิบูลย์ประชาสรรค์ และโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย จากที่ก่อนนี้มี 28 โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องเลื่อนไปเปิดในวันที่ 31 พ.ค. เพราะได้รับผลกระทบจากการชุมนุม
ชินวรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมสถานศึกษา 11 แห่ง อาทิ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย พบถังแก๊สและวัตถุระเบิดวางอยู่รอบรั้วโรงเรียนจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเก็บกู้เรียบร้อยแล้ว โดยระดับมัธยมจะเปิดในวันที่ 2 มิ.ย. ระดับประถม วันที่ 3 มิ.ย. และระดับอนุบาล วันที่ 4 มิ.ย.
หลังจากนี้จะให้สรุปผลกระทบจากการจลาจลในช่วงที่ผ่านมา โดยให้สถานศึกษาสำรวจจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ หากมีจำนวนมากอาจจะทำโครงการหารายได้ระหว่างเรียนมาช่วยเหลือเพื่อชดเชยรายได้ของผู้ปกครอง
เติบ ใยเจริญ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ทางเขตมีสถานศึกษาในความรับผิดชอบ 58 แห่ง วันแรกเปิดแล้ว 45 แห่ง มีนักเรียน 66,527 คน ขาดเรียนวันแรก 2,284 คน หรือคิดเป็น 3% ซึ่งถือว่าไม่มากเกินไป
สุรศักดิ์ ศรีสว่างรัตน์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 3 กล่าวว่า โรงเรียนในเขต 3 อยู่ย่านฝั่งธนบุรี มีสถานศึกษา 55 แห่ง มียอดนักเรียนทุกสถานศึกษารวม 88,984 คน ขาดเรียน 1,543 คน หรือเกือบ 2%
แสงทอง ธาตุเสถียร ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนบัว กล่าวว่า ได้หารือกับโรงเรียนเอกชนในพื้นที่รอบการชุมนุม อาทิ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย เซนต์โยเซฟคอนเวนต์ พระหฤทัยคอนแวนต์ อำนวยพิทยา เขตดินแดง พบว่าผู้ปกครองหลายรายมีปัญหาการประกอบอาชีพ และกำลังรอการเยียวยาจากรัฐ ทำให้การเปิดเทอมวันแรกเด็กขาดเรียนราว 5% จึงจะเร่งสรุปตัวเลขให้กระทรวงศึกษาธิการหาทางช่วยเหลือ
ณัฐกิจ บัวขม ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กล่าวว่า นักเรียนขาดเรียน 8.40% หรือ 212 คน จากทั้งหมด 2,312 คน คาดว่าได้รับผลกระทบจากม็อบ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่อาศัยอยู่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูน้ำ ซอยรางน้ำ จากการสำรวจมีถึง 94 คนที่เผชิญปัญหานี้ โดยเฉพาะสถานที่ประกอบอาชีพของพ่อแม่ได้รับความเสียหายถึง 79 คน ที่อยู่อาศัยเสียหาย 13 คน บุคคลในครอบครัวถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บ 2 คน
“
ข้อมูลนี้เป็นความเสียหายที่สำรวจจากเด็กที่มาเรียนวันแรก ส่วนที่ขาดเรียนน่าจะได้รับผลกระทบหนัก จะให้ครูประจำชั้นติดตามเป็นรายบุคคลและหาทางช่วยเหลือ เช่น ยกเว้นค่าบำรุงการศึกษา อนุโลมเรื่องเวลามาเรียน ที่น่าสนใจคือนักเรียนขอให้โรงเรียนช่วยปลูกฝังให้เป็นคนดี ไม่ทำลายประเทศให้มากๆ ด้วย” ณัฐกิจ กล่าวอย่างไรก็ตาม บรรยากาศการเปิดเรียนที่หน้าโรงเรียนบางบัว เขตบางเขน ตั้งห่างจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ที่ทำการของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ไม่กี่ร้อยเมตร เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเริงร่า สลับกับคราบน้ำตาของเด็กที่ได้เจอะเจอหน้าเพื่อนฝูงในวันแรก
มลฤดี เอี่ยมกระซ้อน ส่งลูกชั้น ป.5 เข้าโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อย เธอบอกว่ากังวลเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากโรงเรียนอยู่ใกล้กับ ร.11 รอ. เกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างขึ้นอีก จึงต้องรับส่งลูกทุกวันจนกว่าสถานการณ์จะปกติ
ศกุนตลา ปทีปสุข อาจารย์สำนักผู้อำนวยการโรงเรียนบางบัว ให้ข้อมูลว่านักเรียนมาเรียนกันเกือบครบ จากทั้งหมดประมาณ 1,200 คน ช่วงที่มีเหตุรุนแรง บรรดาผู้ปกครองได้โทร.มาสอบถามตลอดว่าจะเปิดได้วันไหน เด็กอยากมาเรียนกันมาก
แม้การก่อเหตุเผาบ้านเผาเมืองตลอดวันที่ 19 พ.ค. จะจำกัดวงอยู่บริเวณดินแดง ราชปรารภ ราชประสงค์ พระราม 4 แต่การก่อวินาศกรรมเซ็นทรัลเวิลด์ใจกลางกรุง ได้สร้างความกังวลให้กับนักเรียนโรงเรียนหอวัง ซึ่งอยู่ติดกับห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวแค่ถนนคั่น
“กลัวครับ กลัวว่าเขาจะมาเผาหรือเอาเอ็ม 79 มายิงเซ็นทรัลลาดพร้าว เพราะเครือเซ็นทรัลเหมือนกัน แต่พอเห็นทหารอยู่เยอะก็หายกลัว” ทรงสิทธิ์ แซ่ตั้ง นักเรียนชั้น ม.5 เล่าสำหรับนักเรียนโรงเรียนหอวังมาเรียนกว่า 90% จากทั้งหมด 4,200 คน โดย ระพินธ์ ชูศรี รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล อธิบายว่า ตลอดช่วงที่เกิดเหตุความไม่สงบให้ตำรวจมารักษาความปลอดภัย และไม่ยอมให้คนนอกเข้ามาในโรงเรียนเด็ดขาด ขณะเดียวกันได้ให้นักการภารโรงที่พักอาศัยในโรงเรียนคอยดูแลความปลอดภัยตลอด นอกจากนี้ยังติดกล้องวงจรปิดอีก 16 ตัว ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยเช่นกัน
ขณะที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม ตั้งอยู่เยื้องกับทำเนียบรัฐบาลก็คึกคัก แม้จะมีความสุ่มเสี่ยง เพราะตกอยู่ในเป้าหมายการก่อวินาศกรรม แต่เด็กๆ ก็ไม่รู้สึกกลัวนักเรียนชั้น ม.4 บอกว่า รู้สึกดีใจที่โรงเรียนเปิด เพราะตอนที่เสื้อแดงเผาเมืองออกไปไหนไม่ได้ เมื่อรู้ว่ารัฐบาลเลื่อนวันเปิดเทอมออกไปก็ยิ่งรู้สึกเซ็งเข้าไปอีก แต่วันเปิดเทอมรู้สึกมีความสุข
ขณะที่ ตุ๊กตา สวยกวาง ผู้ปกครองนักเรียนจากโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กล่าวว่า ลูกเรียนอยู่ในส่วนของผู้พิการทางสายตา กังวลว่าเดินออกไปไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง จะเจอระเบิดหรือไม่ ตอนนี้ไม่มีใครรับรองได้ว่าจะไม่มีเหตุอีก ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก จึงยากจะวางใจ
ด.ช.มรกต ประภาโรจน์ นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย บอกว่า อาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจที่ สน.ลุมพินี ซึ่งมีการยิงเอ็ม 79 ใส่ สน. เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นความวุ่นวายมาแล้ว จึงไม่กลัว แต่ผู้ปกครองก็กำชับให้ระวังตัว และต้องกลับบ้านทันทีหลังเลิกเรียน







