
จับมือลงสัตยาบัน มัดพรรคการเมืองปฏิรูปประเทศ 11 ประเด็น
ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ ระยะที่ 2 ก็พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง อาจจะไปทะเลาะกันในระยะที่ 2
“ถ้าเราไม่เริ่มวันนี้ ระยะที่ 2 ก็พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง อาจจะไปทะเลาะกันในระยะที่ 2 สำหรับการปฏิบัติในระยะที่ 2 อะไรที่เร่งด่วน เช่น การปฏิรูปทางการเมือง ปฏิรูปในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม หรืออะไรที่สำคัญที่ประชาชนต้องการ ที่เป็นปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดจะต้องแก้ไขให้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปีข้างหน้าให้ได้โดยเร็ว อะไรที่ไม่สำเร็จก็ต้องไปในระยะยาว
“อาจจะมีการลงสัตยาบันกันต่อไปว่า รัฐบาลต่อไปต้องไปดำเนินการต่อ อันนี้ก็เป็นไปตามคำเรียกร้องที่มีมาอยู่แล้ว เดิมในอดีตที่ผ่านมาเรื่องการปฏิรูปทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องการเตรียมการ หรือการทำงานของ คสช. วันนี้มีหลายเรื่องที่ประชาชนหลายคนสงสัยมาก ประเด็นสำคัญวันนี้อยากบอกทุกคนให้สบายใจว่า ทุกอย่างมีความก้าวหน้าไปตามลำดับ”
เป็นคำกล่าวผ่านรายการโทรทัศน์ประจำสัปดาห์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อค่ำวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะครบรอบ 1 เดือน การยึดอำนาจการปกครอง หลังการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557
พล.อ.ประยุทธ์ อธิบายว่า ก่อนจะเดินหน้าปฏิรูป คสช.ต้องดำเนินการสร้างความสมานฉันท์ อำนวยความสะดวกสร้างบรรยากาศให้เกิดการพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน
ทั้งนี้ คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลจากนักวิชาการจากทุกภาคส่วนทุกพื้นที่ ค้นหาและทบทวนเอกสารและผลการวิจัยจากการเสวนาในอดีตของกลุ่มที่เกี่ยวข้องต่างๆ มากกว่า 200 ผลงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน
ในระยะที่ 2 ได้เปิดช่องทางการรับข้อมูลผ่านสื่อ ทั้งโทรศัพท์ ไปรษณีย์ เว็บไซต์ ซึ่งได้ประเด็นที่สำคัญหลักๆ 11 เรื่อง ได้แก่ การทุจริตคอร์รัปชั่น การเข้าสู่อำนาจ (นิติบัญญัติ) และตุลาการ การใช้อำนาจการบริหาร (การรวมอำนาจและการกระจายอำนาจ)
“นอกจากนี้ การควบคุมอำนาจ (กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระ) ระบบพลังงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สื่อสารมวลชน การศึกษา การเรียนรู้ ภูมิปัญญา คุณธรรมจริยธรรม ความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจสังคม และการจัดสรรที่ดิน น้ำ และป่าไม้
“ข้อเสนอทั้งหมดนี้จะรวบรวมเข้าสู่ขั้นตอนการปฏิรูปในขั้นตอนที่สอง ซึ่งจะมีการจัดตั้งสภาปฏิรูป จะมีการคัดสรรมา ไม่ใช่ คสช.เป็นผู้คัดสรร ซึ่งเป็นตัวแทนแต่ละพวกแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้รับการคัดสรรมาเป็นจำนวนที่ได้เตรียมการไว้ในระยะเวลาอันใกล้นี้
“นอกจากนั้นได้มีการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ผู้แทนพรรค และกลุ่มการเมืองต่างๆ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกฝ่าย โดยมีระดับหัวหน้าพรรคและผู้นำกลุ่มต่างๆ ได้เดินทางมาให้สัมภาษณ์ และเสนอข้อคิดเห็นด้วยตนเอง
“ขณะนี้ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ไปแล้ว 25 ท่าน จะสัมภาษณ์ต่อไปอีก รวมทั้งสิ้นมากกว่า 50 ท่าน และจะจัดประชุมกลุ่มย่อย หรือ Focus Group หลังจากได้นำข้อมูลหลัก 11 ประเด็น ผนวกเข้ากับข้อมูลผู้เชี่ยวชาญ และจัดประชุมกลุ่มย่อยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอีก 12 ครั้ง เพื่อถกแถลงและสร้างกรอบความเห็นร่วม เพื่อยืนยันประเด็นและสาระสำคัญที่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายมีความต้องการที่จะปฏิรูปอย่างยั่งยืน”
หัวหน้า คสช. ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีการสรุปข้อยุติในระยะนี้ หรือแสดงความคิดเห็นโน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่ง แต่ในขั้นตอนนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อเตรียมข้อมูลไปสู่การปฏิรูปในระยะที่ 2 ซึ่งจะมีสภาปฏิรูป เพื่อจะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงด้วยว่า มีการเรียกร้องผลประโยชน์จาก คสช. หรือมีคนอ้างว่าสามารถจะจัดเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป หรือสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล
“ผมยืนยันยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นอย่าไปเชื่อ อย่าไปให้เขาหลอก อย่าไปเสียผลประโยชน์ให้เขาเป็นการล่วงหน้า
“ผมยืนยันยังไม่มีการดำเนินการใดๆ เลยในเรื่องนี้ และยังไม่ใช่เวลา วันนี้เราต้องการฟังเสียงประชาชนให้มาก และรวบรวมปัญหาทุกปัญหาไปสู่การปฏิรูปในระยะที่ 2 และยั่งยืนในอนาคต
“ขอให้มั่นใจว่า ถึงแม้เราเป็นทหาร แต่เราเป็นทหารที่มีความตั้งใจ มีหัวใจที่จะนำพาประเทศชาติไปด้วยความจริงใจ และไม่แสวงหาผลประโยชน์ ผมยืนยันอีกครั้ง ถ้ามีเรื่องเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใดๆ ก็ตาม วันนี้เราจะต้องขจัดผลประโยชน์เหล่านั้น หรือขบวนการทุจริตให้พ้นจากผืนแผ่นดินไทยไปให้ได้ไม่ว่าจะเวลาใดก็ตาม
“ระยะเวลาที่ผ่านมามีข่าวจากสื่อมากมาย ทั้งโดยสื่อประชาชน ทั้งพูดต่อกันมา ทั้งนี้บางอย่างอาจจะไม่มีข้อมูลที่แท้จริง และยังไม่ครบในทุกด้าน จะมีแต่การขยายความขัดแย้งไปมากขึ้น และทำให้การปฏิรูปนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ขอระยะเวลาให้กับเราสักระยะหนึ่ง
“วันนี้เรานำปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น 10 ปี แน่นอนจะแก้ไขได้ใน 10 วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่เราพยายามทำอย่างเร็วที่สุด มีหลายคนบอกว่าเราแก้ปัญหาได้เร็วจนเกินไปหรือไม่ เป็นประชานิยมหรือไม่
“ขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็นเรื่องที่เราฟังเสียงจากประชาชน แล้วเราแก้ไขให้ตรงจุด ทำคำตอบให้ตรงกับคำถามที่ท่านสงสัยเท่านั้น”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
สำหรับแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร คสช. จะใช้แนวทางที่ไม่บิดเบือนกลไกตลาด โดยเฉพาะการช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกข้าวนาปี 2557/58 มี 2 มาตรการ คือ 1.ลดราคาปัจจัยการผลิตและควบคุมราคาสินค้าจำเป็น เช่น ปุ๋ยเคมี ยากำจัดศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์ ลดค่าเกี่ยวข้าว ลดค่าเช่านา และ 2.ให้สินเชื่อระยะสั้นกับชาวนา ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี วงเงินไม่เกิน 5 หมื่น บาท/คน อัตราดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ โดย คสช.จะชดเชยค่าดอกเบี้ย 3% เป็นเวลา 6 เดือน รวมถึงทำโครงการประกันยุ้งฉาง ประกันภัยข้าว ตั้งกองทุนข้าว
ด้านมาตรการด้านเศรษฐกิจ จะกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกระดับและต่อเนื่อง และมุ่งกำจัดกลุ่มอิทธิพลที่ลักลอบนำแรงงานเถื่อนเข้ามา ซึ่งมีการจ่ายถึงรายละ 2 หมื่นบาท และเมื่อเข้ามาในพื้นที่แล้วต้องจ่ายให้ผู้มีอิทธิพลอีกหัวละ 8,000–1 หมื่นบาท







