
ดีจริงหรือ?
ติงติงเชิน คอลัมนิสต์จากเว็บไซต์ของนิตยสาร “เดอะ ดิโพลแมท” แสดงทัศนะว่า แม้จะมีนักวิชาการหลายฝ่ายลงความเห็นว่ากฎหมายระหว่างประเทศเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทดินแดนในเอเชียได้ดีที่สุดทว่ากฎหมายดังกล่าวกลับมีข้อจำกัดมากเกินกว่าจะเป็นทางออกให้กับปัญหาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นตัวการที่จะยกระดับความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย
ติงติงเชิน คอลัมนิสต์จากเว็บไซต์ของนิตยสาร “เดอะ ดิโพลแมท” แสดงทัศนะว่า แม้จะมีนักวิชาการหลายฝ่ายลงความเห็นว่ากฎหมายระหว่างประเทศเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทดินแดนในเอเชียได้ดีที่สุดทว่ากฎหมายดังกล่าวกลับมีข้อจำกัดมากเกินกว่าจะเป็นทางออกให้กับปัญหาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยิ่งไปกว่านั้นอาจเป็นตัวการที่จะยกระดับความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ ติงติงเชิน ได้วิเคราะห์ 4 เหตุผลที่ทำให้ไม่ควรหวังพึ่งกฎหมายระหว่างประเทศมากเกินไป ซึ่งเหตุผลแรกก็คือ รัฐบาลของแต่ละประเทศใช้กฎหมายประเภทนี้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ของรัฐ เหตุผลประการที่สองคือ กฎหมายระหว่างประเทศไม่มีความเป็นกลางอย่างสมบูรณ์ โดย ติงติงเชิน ระบุว่าผู้พิพากษาก็เป็นเพียงมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่อาจเอาอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ
นอกจากนี้ เมื่อศาลตัดสินออกมา ย่อมต้องมีฝ่ายที่พอใจและไม่พอใจในคำตัดสินจนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม สำหรับข้อจำกัดข้อสุดท้าย บทวิเคราะห์ชี้ว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศไม่สามารถตัดสินคดีที่มีความซับซ้อนอย่างอำนาจอธิปไตยและสิทธิเหนือน่านน้ำได้
ยิ่งไปกว่านั้น ติงติงเชิน ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า คำถามสำคัญคือ กฎหมายระหว่างประเทศสามารถแก้ไขข้อพิพาทได้จริงหรือไม่ และแม้จะทำได้จริง ก็ควรจะรอให้ความขัดแย้งบรรเทาความรุนแรงลงไปก่อน หรือรอให้แน่ใจว่าทางรัฐบาลไม่สามารถหาข้อตกลงได้จริงๆ ดังเช่นคำกล่าวที่ว่า ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม







