
คลื่นลมในทะเลจีน
ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่สหรัฐกับยุโรปเจอศึกหนักจากการที่รัสเซียเขมือบคาบสมุทรไครเมียของยูเครนไปได้อย่างง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องออกแรง และทำท่าจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ยังมองตาเป็นมันไปที่จังหวัดภาคตะวันออกของยูเครนกับกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกอื่นๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต
ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ในขณะที่สหรัฐกับยุโรปเจอศึกหนักจากการที่รัสเซียเขมือบคาบสมุทรไครเมียของยูเครนไปได้อย่างง่ายๆ โดยแทบไม่ต้องออกแรง และทำท่าจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ยังมองตาเป็นมันไปที่จังหวัดภาคตะวันออกของยูเครนกับกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกอื่นๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต
ในเอเชียตะวันออก จีนก็ถือโอกาสขยายเขตอิทธิพลบ้าง โดยเน้นมาที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับหลายประเทศมานาน เพียงแต่ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นแค่การถกเถียงกัน นานทีปีหนจะมีการใช้กำลังสักครั้ง แต่ครั้งนี้มีการลงไม้ลงมือและเผชิญหน้ากับคู่กรณีพร้อมๆ กันถึง 3 ประเทศ
ก่อนอื่นอยากขอปูพื้นฐานเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ มีหลายประเทศที่มีชายฝั่งติดทะเลนี้ และอีกหลายประเทศที่เป็นประเทศเกาะในทะเลนี้ ซึ่งแต่ละประเทศก็มักจะขีดเส้นเขตเศรษฐกิจของตัวเองบนแผนที่ล้ำเข้าไปในเขตเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ระหว่างไทยกับเขมร เขมรกับเวียดนาม หรือไทยกับมาเลเซีย เป็นต้น
แต่ความขัดแย้งเหล่านี้ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อการเจรจาต่อรอง โดยเกือบจะไม่เคยมีเหตุการณ์รุนแรง การจะทำอะไรในเขตพื้นที่ทับซ้อนมักต้องระมัดระวังไม่ให้มีโอกาสกลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โต
แผนที่ของจีนขีดเส้นแบ่งเขตเศรษฐกิจของตัวเองในทะเลจีนใต้แบบที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่าเกลียด กล่าวคือ เป็นรูปตัวยูเลียบชายฝั่งประเทศต่างๆ ลงมาจนชิดหมู่เกาะของมาเลเซียกับอินโดนีเซีย ซึ่งหากประเทศอื่นๆ ยอม ทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมดก็จะเป็นของจีน
แผนที่ของจีนไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศทางทะเล แต่อ้างอิงประวัติศาสตร์และวรรณคดีของจีนเอง ซึ่งก็มักจะไม่ตรงกับของประเทศอื่น
ในอดีตเคยมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง เช่น ที่หมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนของหลายประเทศ ที่หมู่เกาะพาราเซลกับเวียดนาม และที่หมู่เกาะเตียวหยู หรือเซนซากุกับญี่ปุ่น
แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พฤติกรรมของจีนแข็งกร้าวมากขึ้น โดยในกรณีพิพาทกับเวียดนาม จีนลากแท่นขุดเจาะน้ำมันไปตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะพาราเซล ซึ่งจีนยึดมาจากเวียดนามใต้ก่อนไซ่ง่อนแตก จุดที่ตั้งอยู่ภายในรัศมี 200 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งเวียดนาม
ทำแบบนี้มีหรือเวียดนามจะยอม ในทะเลใกล้จุดเกิดเหตุ เวียดนามระดมกองเรือประมงมาวนเวียนประท้วง ส่วนจีนนอกจากเรือขุดแล้ว ก็มีทั้งเรือประมงและเรือคุ้มกันมาด้วย ซึ่งรวมกันแล้วยากที่เวียดนามจะสู้ได้
ในการกระทบกระทั่งกัน มีเรือประมงชนกัน และเรือเวียดนามซึ่งเป็นเรือไม้และมีขนาดเล็กกว่าจมลง ทั้งสองฝ่ายกล่าวโทษซึ่งกันและกัน โดยต่างมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐาน แต่คนนอกดูอย่างไรก็ตัดสินยากว่าใครชนใคร
บนบกประชาชนเวียดนามแห่ออกมาชุมนุมประท้วงบนท้องถนน มีการบุกเข้าไปทำลายสำนักงานและโรงงานจีน ทำให้คนงานจีนตายไป 4 คน จนจีนต้องตัดสินใจปิดไปหลายโรงงาน และอพยพคนจีน 3,000 คนออกจากเวียดนาม
ในกรณีพิพาทกับญี่ปุ่น เกิดเรื่องเครื่องบินรบของทั้งสองประเทศบินท้าทายและเฉียดกันในรัศมีไม่กี่สิบเมตร ซึ่งต่างฝ่ายต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกัน แต่เนื่องจากมีการรับรู้เรื่องเวียดนาม คนส่วนใหญ่จึงชี้นิ้วไปที่จีน
แม้ว่าญี่ปุ่นจะหยุดพัฒนาศักยภาพทางการทหารมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ญี่ปุ่นก็ไม่ใช่หมูให้จีนเถือ ทั้งยังมีสหรัฐหนุนหลังอยู่เต็มตัว นอกจากนี้ในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ตีความว่าญี่ปุ่นเป็นต่ออยู่หลายขุม
การที่จีนจะส่งกองกำลังทางเรือไปยึดครองหมู่เกาะที่พิพาทกับญี่ปุ่นโดยพลการ เหมือนที่เคยทำกับหมู่เกาะพาราเซล และหมู่เกาะสแปรตลีย์บางเกาะ ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐไม่เล่นด้วย
ในอดีตจีนเคยข่มขู่ไต้หวันด้วยการยิงขีปนาวุธมาลงในทะเลใกล้ๆ สหรัฐตอบโต้ด้วยการส่งกองเรือรบพร้อมเรือบรรทุกเครื่องบินมาคุ้มครองไต้หวัน ทำให้จีนต้องยอมล่าถอยไปอย่างเงียบๆ
แม้ว่าด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจีนจะพัฒนาไปไกล และจีนมีกำลังพลในกองทัพมากกว่าสหรัฐ แต่สมรรถนะและเทคโนโลยีทางการทหารของสหรัฐยังเหนือชั้นกว่ามาก การที่จีนจะท้าทายสหรัฐโดยตรงจึงยังไม่น่าเป็นไปได้
แต่การออกมาแสดงอำนาจกับประเทศในเอเชียด้วยกันครั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะจีนเห็นสหรัฐกำลังเจอศึกหนักหลายด้าน ทั้งกับรัสเซีย ทั้งในซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน
กล่าวกันว่า ทั้งสหรัฐและญี่ปุ่นกำลังคิดหนักว่าจีนจะหยุดเพียงแค่นี้หรือไม่ หรือจะเดินหน้าแผ่อิทธิพลและขยายอาณาเขตต่อไป
มีคนที่คิดไกลไปถึงขั้นที่ว่า หากโลกนี้จะมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ชนวนสงครามจะมาจากความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งต่างฝ่ายต่างใหญ่เกินกว่าที่จะยอมกันง่ายๆ นั่นเอง
ในกรณีพิพาทกับฟิลิปปินส์ จีนเริ่มถมที่ในเกาะปะการังบางเกาะที่จีนยึดครองในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งฟิลิปปินส์เกรงว่าจะเป็นการถมที่เพื่อสร้างรันเวย์ให้เครื่องบินรบขึ้นลง
แต่ฟิลิปปินส์ไม่มีพละกำลังจะไปต่อต้านหรือขัดขวาง จึงใช้วิธีประท้วงไปทางสหประชาชาติและศาลโลกแทน ซึ่งจีนปฏิเสธไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกในส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว
ในขณะที่จีนกำลังมีปัญหากับหลายประเทศในเอเชียด้วยกัน ซึ่งบางประเทศเป็นเพื่อนสมาชิกอาเซียนของเรา แต่เมื่อเกิดรัฐประหารในบ้านเรา ซึ่งสหรัฐและยุโรปตำหนิติเตียน จีนกลับแสดงความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจเรา รวมทั้งบอกว่าจะช่วยภาวนาให้เราแก้ปัญหาภายในได้สำเร็จลุล่วง
น่าสังเกตว่ารัสเซียก็มีปฏิกิริยากับรัฐประหารของเราในทำนองเดียวกัน
มีหลายคนสงสัยว่าจีนกับรัสเซียเห็นอกเห็นใจเราจริงๆ หรือเพียงเป็นส่วนหนึ่งของเกมการเมืองระหว่าประเทศ
หากเราไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป คำตอบน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า
นอกจากจะถือโอกาสร่วมมือกับรัสเซียต่อต้านสหรัฐแล้ว จีนยังมีแรงจูงใจในการพยายามทำให้อาเซียนเสียงแตก เพื่อที่จะได้ไม่รวมหัวกันช่วยเวียดนามกับฟิลิปปินส์
ก่อนจบขอให้ข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ประเทศที่เข้มแข็งมักจะเอาเปรียบประเทศที่อ่อนแอกว่า และหากใหญ่พอก็จะทำได้โดยไม่ถูกลงโทษ
นอกจากนี้ ผู้นำประเทศที่ใช้นโยบายแข็งกร้าวมักจะได้คะแนนนิยมจากประชาชนสูง
ด้วยเหตุนี้ พฤติกรรมปลาใหญ่กินปลาเล็กของเหล่าประเทศมหาอำนาจจึงมีแนวโน้มจะคงอยู่คู่โลกใบนี้ไปอีกนาน
สำหรับประเทศที่ไม่ใช่มหาอำนาจอย่างไทย เราก็ควรต้องบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหรือเป็นเครื่องมือของใครโดยไม่รู้ตัว







