posttoday
รอยร้าวไทย-เขมรปมแรงงานแห่กลับบ้าน

รอยร้าวไทย-เขมรปมแรงงานแห่กลับบ้าน

18 มิถุนายน 2557

ส่งสัญญาณผิดพลาด เล่นเอาป่วนกันยกใหญ่ สำหรับนโยบายการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

โดย...วิทยา ปะระมะ

ส่งสัญญาณผิดพลาด เล่นเอาป่วนกันยกใหญ่ สำหรับนโยบายการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ถึงวันนี้แรงงานข้ามชาติชาวกัมพูชายังคงทยอยเดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง จากกระแสความหวาดกลัวว่าจะถูกรัฐบาลไทยปราบปรามอย่างเด็ดขาด เกิดแรงช็อกต่อเนื่องไปถึงภาคธุรกิจที่ขาดแคลนคนงานขึ้นมาทันที

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของแรงงานข้ามชาติว่าสะเทือนกับความมั่นคงของประเทศขนาดไหน ในมุมหนึ่งภาคธุรกิจต้องการผู้ใช้แรงงานระดับล่างมาทำงานประเภท 3D คือ งานสกปรก (Dirty) งานยาก (Difficult) และงานเสี่ยง (Danger) อาทิ ภาคธุรกิจก่อสร้าง ประมง งานเสี่ยงในโรงงานต่างๆ ซึ่งคนไทยในปัจจุบันไม่นิยมทำกันแล้ว จำเป็นต้องใช้แรงงานข้ามชาติมาทำแทน

ในมุมนี้ ขาดแรงงานจึงเหมือนขาดใจ ภาคธุรกิจไม่สามารถขับเคลื่อนได้เลยหากปราศจากแรงงานพื้นฐานเหล่านี้ และจะกระทบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาพรวมทันที

แต่อีกด้านหนึ่ง ก็สะท้อนให้เห็นถึงขบวนการทุจริต ความหละหลวมในการบังคับใช้กฎหมาย ที่ปล่อยให้มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายลักลอบเข้ามาอาศัยในประเทศจำนวนมาก กระทบกับความมั่นคงทางสังคม ปัญหาอาชญากรรม สาธารณสุข และการค้ามนุษย์

นโยบายการจัดการแรงงานต่างชาติจึงจำเป็นต้องสร้างความสมดุลทั้งความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคม ตลอดจนคุ้มครองดูแลแรงงานที่เข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้มีสวัสดิการและสิทธิต่างๆ เทียบเท่าแรงงานไทย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลไทยพยายามทำให้แรงงานผิดกฎหมายมาอยู่บนดิน ด้วยการเปิดขึ้นทะเบียนพิสูจน์สัญชาติ ควบคู่ไปกับการจับกุมแรงงานที่ยังคงหลบหนี และการเจรจานำเข้าแรงงานแบบรัฐต่อรัฐ

ทว่า หลังจากเกิดรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการส่งสัญญาณหลายประการ ทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว การจับกุมแรงงานผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ ผสมกับข่าวลือแบบปากต่อปากว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงกับคนต่างด้าว จนเกิดกระแสความตื่นกลัวแพร่ระบาดในหมู่คนงานอย่างรวดเร็ว

ที่น่าสังเกตคือ กลุ่มที่อ่อนไหวกับเรื่องนี้และพากันเดินทางกลับประเทศมากที่สุดคือแรงงานกัมพูชา ขณะที่แรงงานพม่าและลาวไม่มีภาพเช่นนี้ให้เห็นแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชามีความสลับซับซ้อน ภาพของกัมพูชาถูกเชื่อมโยงเข้ากับการต่อสู้ทางการเมืองของคนเสื้อแดงและฝ่ายการเมืองซีก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับชนชั้นนำของกัมพูชา แกนนำเสื้อแดงหลายคนที่ถูกหมายจับก็หลบหนีมาอาศัยอยู่ในประเทศนี้แทบทั้งสิ้น

ขณะที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ถนนอักษะในช่วงที่ผ่านมา แรงงานกัมพูชาก็ถูกเชื่อมโยงว่าเข้าร่วมชุมนุมด้วย อีกทั้งมีกระแสข่าวกองกำลังติดอาวุธที่ก่อเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม กปปส. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อเหตุถล่มเวทีชุมนุม กปปส.ที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ก็มีกระแสข่าวโยงไปถึงกองกำลังจากกัมพูชา หรือแม้แต่กองกำลังติดอาวุธในห้วงการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 จนมีทหารเสียชีวิตหลายราย ก็ถูกโยงกับกองกำลังกัมพูชาเช่นกัน

เมื่อมีการยึดอำนาจโดย คสช.เกิดขึ้น มีจับกุม การดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มคนเสื้อแดงทุกระดับ มีการปิดด่านชายแดนทางด้านประเทศกัมพูชาและลาวทันที โดยในส่วนของลาวนั้นกลับมาเปิดด่านอีกครั้งในระยะเวลา 23 วันหลังจากนั้น แต่ด่านชายแดนฝั่งกัมพูชา มีการปิดด่านเล็กด่านน้อยหมด มีเพียงด่านใหญ่ๆ ที่เพิ่งเปิดให้เดินทางค้าขายกันได้เมื่อเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ ทหารของกองทัพภาคที่ 2 ตั้งด่านตรวจเข้มไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร มีการปรับกำลังใช้ทหารตรึงพื้นที่ชายแดนแทนที่จะใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก

มาตรการปิดด่านด้านกัมพูชานั้น กองทัพภาคที่ 2 ประกาศอย่างตรงไปตรงมาว่า เพื่อป้องกันการลักลอบขนย้ายอาวุธและบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งแม้จนถึงขณะนี้ก็ยังมีจุดผ่านแดนอีกหลายพื้นที่ซึ่งยังไม่เปิด

หลังจากนั้นยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้ากวาดล้างแรงงานผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ แรงงานกัมพูชาจึงถูกฝ่ายความมั่นคงจับตามองอย่างใกล้ชิด เกิดกระแสข่าวด้านลบแพร่ไปแบบไฟลามทุ่งว่าแรงงานกลุ่มนี้จะถูกกวาดล้างด้วยวิธีการรุนแรง มีการทำร้ายร่างกาย แม้แต่ถึงขั้นยิงทิ้ง ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาจำนวนมหาศาลหลั่งไหลกันเดินทางกลับประเทศนับแสนๆ คนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่วนใหญ่ใช้การเดินทางด้วยรถโดยสาร รถตู้ หรือแม้แต่รถไฟสายกรุงเทพฯอรัญประเทศ ที่ผ่านตรงถึงด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยตรง ไม่ต้องผ่านด่านตรวจทหาร

ทั้งนี้ หากพิจารณาจำนวนตัวเลขแรงงานกัมพูชาในไทย กลุ่มที่เดินทางเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายมีอยู่ประมาณ 1.8 แสนคน การเดินทางกลับประเทศนับแสนๆ คนดังภาพที่ปรากฏ สะท้อนว่านอกจากแรงงานที่เข้าเมืองผิดกฎหมายแล้ว แรงงานกลุ่มที่เข้าเมืองถูกกฎหมายก็หวาดกลัวและกลับประเทศไปด้วย

ผลที่ตามมาคือ อาการช็อกของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มก่อสร้างและประมงด้านชายฝั่งตะวันออก ซึ่งมีแรงงานกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมาก จนที่สุดแล้ว คสช.ต้องออกมาสื่อสารกับสังคมใหม่ ว่าไม่ได้มีนโยบายกวาดล้างแรงงานต่างด้าว เพียงแต่ต้องการจัดระเบียบเท่านั้น และการดำเนินการต่างๆ ก็ไม่ได้ใช้ความรุนแรงละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารตลอด 34 วันที่ผ่านมา ไม่ได้ช่วยลดความตื่นตระหนกแต่อย่างใด ภาพที่ปรากฏแรงงานกัมพูชายังคงหลั่งไหลกลับประเทศแน่นด่านชายแดนทุกวัน คสช.ยิ่งต้องเร่ง “คืนความสุข” แก่แรงงานต่างด้าว ด้วยการทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้ว่าหากเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่มีอะไรต้องวิตก ยังสามารถทำงานต่อไปได้ตามปกติ นอกจากจะไม่ใช้ความรุนแรงแล้ว ยังจะคุ้มครองแรงงานข้ามชาติไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ