
สอบ28โครงการ4หมื่นล้าน
คสช.เช็กบิลเพิ่ม2อ่างเก็บน้ำโดนแน่ประยุทธ์สั่งการประมูลต้องยึดแนวปปช.
คสช.เช็กบิลเพิ่ม2อ่างเก็บน้ำโดนแน่ประยุทธ์สั่งการประมูลต้องยึดแนวปปช.
คตร.สั่งทบทวน 28 โครงการกว่า 4 หมื่นล้าน ขีดเส้นรายงานผลภายใน มิ.ย. ชี้มี 2 อ่างเก็บน้ำถูกยกเลิก
พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เปิดเผยว่า ได้รายงานผลการติดตามการตรวจสอบโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐที่มีวงเงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท จำนวน 28 โครงการ มูลค่าประมาณ 4 หมื่นล้านบาท แก่ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือ กก.คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธานเพื่อรับทราบแล้ว โดยหัวหน้า คสช. ย้ำว่าต้องดูว่าเป็นโครงการที่ให้ประโยชน์กับประชาชนและคุ้มค่าหรือไม่
ทั้งนี้ 28 โครงการ เป็นโครงการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณปี 2557 แล้ว มีทั้งโครงการที่เริ่มดำเนินการแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ และได้งบประมาณแล้ว แต่ยังไม่เริ่มดำเนินการ ซึ่ง คตร.ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละแห่งกลับไปทบทวนความเหมาะสมของโครงการ ทั้งเรื่องของแผนงาน การประกวดราคา และราคากลาง จากนั้นจึงเสนอให้ คตร.พิจารณา ภายในสิ้นเดือนนี้
พล.ท.อนันตพร กล่าวว่า หาก คตร.จะตรวจสอบพบว่า แต่ละโครงการเหมาะสมที่จะดำเนินการต่อหรือยกเลิก ในเบื้องต้นผลของการตรวจสอบใน 28 โครงการนี้ มีโครงการที่เข้าข่ายว่าจะต้องยกเลิก 2 โครงการ เป็นโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน ซึ่งกำหนดราคาไว้สูงถึงอ่างละ 1,000 ล้านบาท จึงต้องมีการดูที่มาของโครงการ ราคากลางว่าเหมาะสมแค่ไหน
“หลักการของเราคือให้ทุกกระทรวง กรม ทบทวนตัวเอง ท่านเองจะรู้ที่มาของการลงทุนแต่ละโครงการดีที่สุด เราจะได้ไม่ต้องไปตรวจสอบท่าน ถ้าไม่ยอมทบทวนแล้วเราสงสัย เราก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ” พล.ท.อนันตพร กล่าว
ประธาน คตร. กล่าวว่า ส่วนการตรวจ สอบ 8 โครงการที่ประชาชนสนใจ ล่าสุดคณะอนุกรรมการฯ ของ คตร.อยู่ระหว่างการตรวจสอบและมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำรายละเอียดมาชี้แจง
“โครงการขนาดใหญ่ทั้ง 8 โครงการนั้น จะมีการรื้อโครงการมากน้อยแค่ไหน หรือจะนำไปสู่การรื้อระบบราคากลางหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการขนาดใหญ่ไปพิจารณาความเหมาะสมของขั้นตอนการประกวดราคา โดยให้ยึดแนวทางของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กำหนดว่าจะต้องมีความโปร่งใสและประกาศลงเว็บไซต์เปิดให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบ ร่วมสังเกตการณ์ได้ เพื่อให้การกำหนดราคากลางมีความเหมาะสมและเป็นจริงมากที่สุด” พล.ท.อนันตพร กล่าวชี้แจง







