
เบลเยี่ยม พลิกแซงแอลจีเรียระทึก 2-1
เบลเยี่ยมรอดตายหวุดหวิด หลังได้ 2 ประตูจาก 2 ตัวสำรองให้เบลเยี่ยมเก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จ
ฟุตบอลโลก 2014
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอช นัดแรก
เบลเยี่ยม 2-1 แอลจีเรีย
สนาม เอสตาดิโอ มิไนเรา เบโล ฮอริซอนเต้
17 มิถุนายน 2014
เบลเยี่ยมของ มาร์ค วิลม็อตส์ จัดเต็มทุกตำแหน่ง แต่ก็มีบางตำแหน่งที่พลิกโผเล็กน้อย ดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็น ได้รับโอกาสลงเฝ้าแนวรับแทนที่ โธมัส แฟร์มาเล่น ที่เตรียมเก็บข้าวของไปเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขณะที่แผงกลาง มารูยาน เฟลไลนี่ ถูกจับนั่งข้างสนามเช่นเดียวกับ เควิน มิรายาส โดน นาเซอร์ ชาดลี่ เบียดลงเป็น 11 ตัวจริง
ด้านแอลจีเรียของกุนซือ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช มาในแผน 4-3-2-1 ให้ เอล อราบี ซูดานี่ ดาวยิงจาก ดินาโม ซาเกร็บ ค้ำในแดนหน้าแล้วให้ ริยาด มาห์เรซ และ โซเฟียเน่ เฟกูลี่ ปั่นเกมอยู่ด้านหลัง
เกมในช่วงแรกเป็นเบลเยี่ยมที่เปิดเกมเข้าใส่ตามคาด ส่วนแอลจีเรียรอเล่นจังหวะสวนกลับอย่างมีวินัยและมีตัวคอยวางบอลยาวอย่างเป็นระบบ ดูแล้วเกมนี้ไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับทีม "ปิศาจแดงแห่งยุโรป"
นาทีที่ 21 อั๊กเซล วิตเซล มีโอกาสได้กดเต็มข้อ แม้บอลจะพุ่งแรงแต่ก็ไปตรง ราอิส เอ็มโบลี นายด่านของแอลจีเรีย
หลังจากนั้น 3 นาทีหายนะก็มาทักทายเบลเยี่ยมก่อนจากจังหวะที่ ฟาอูซี่ กูลาม ครอสจากกราบซ้าย แต่ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ไปปล่อยบอลผ่านประตูแบบไม่ได้เช็คตัวซ้อน ทำให้ แยน แฟร์ต็องเก้น ต้องดึงแขน เฟกูลี่ ที่จะเข้าถึงบอลก่อน ผู้ตัดสินควักใบเหลืองให้กองหลังจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ พร้อมกับเป็นจุดโทษ
เฟกูลี่ ลุกขึ้นมาซัดเข้าตรงกลางเยื้องไปท้างซ้ายของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ให้แอลจีเรียขึ้นนำแบบเซอร์ไพรส์ 1-0 ในนาทีที่ 25
หลังจากเสียประตูเบลเยี่ยมที่ทำได้แค่ขวางบอลไปมาและเจาะเข้าพื้นที่สุดท้ายไม่ได้ซักทีเริ่มหันมายิงจากแถวสองมากขึ้น โดยมีโอกาสยิงไกลสองครั้งซ้อนจาก วิตเซล และ ชาดลี่ แต่ก็ยังเอาชนะผู้รักษาประตูของแอลจีเรียไม่ได้
นาทีที่ 38 มาห์เรซ์ ไปตัดฟาวล์ โทบี้ อัลเดอร์วิเรลด์ เบลเยี่ยมได้ฟรีคิกระยะวังผล แต่ แฟร์ทองเก้น ยิงข้ามคานไปแบบไม่ได้ลุ้น
เบลเยี่ยมได้ลุ้นประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เอแด็น อาซาร์ ลากบอลขึ้นมาก่อนจะไหลให้ ชาดลี่ หลุดไปยิงด้วยขวา แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ เอ็มโบลี
หลังจากนั้นไม่มีฝ่ายไหนทำอะไรกันได้ จบครึ่งแรกแอลจีเรียออกนำแบบพลิกล็อกเล็กๆ 1-0
เบลเยี่ยมเปลี่ยนไพ่ใบแรกด้วยการส่ง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ลงมาลากเลื้อยแทน นาเซอร์ ชาดลี่ ตั้งแต่ต้นครึ่งแรก
เริ่มครึ่งแรกได้ราว 5 นาทีเบลเยี่ยมได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ เมอร์เท่นส์ สาดลูกเตะมุมขึ้นมาหน้าปากประตู แต่ เอ็มโบลี กะจังหวะพลาด บอลลอยมาตกใส่หลัง วิตเซล แบบไม่ทันได้ตั้งตัว
นาทีที่ 55 แอลจีเรียเกือบหนีห่างเป็นสองประตูจากจังหวะที่ คาร์ล เม็ดจานี่ ขึ้นโขกลูกเตะมุมของ ไตแดร์ บอลลาอยถากเสาไกลไปนิดเดียว
2 นาทีถัดมาเบลเยี่ยมตัดสินใจเปลี่ยน โรเมลู ลูกากู ศูนย์หน้าของทีมที่หายไปจากเกมเลย แล้วส่ง ดิว็อค โอริกี ศูนยห์น้าวัยเพียง 19 ปีลงสนาม
นาทีที่ 65 วิลม็อตส์ ตัดสินใจทิ้งไพ้ใบสุดท้ายด้วยการส่ง มารูยาน เฟลไลนี่ ลงมาแทน มูสซ่า เดมเบเล่
นาทีต่อมา โอริกี ได้หลุดไปดวลกับ เอ็มโบลี แต่จอมหนึบของแอลจีเรียยังเซฟได้ด้วยเท้า
หลังนวดมานาน นาทีที่ 70 เบลเยี่ยมมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ครอสบอลจากกราบซ้ายให้ เฟลไลนี่ ขึ้นโหม่งกลับหลัง บอลละลิ่วเช็ดคานเข้าไปเป็นประตูตีเสมอให้เบลเยี่ยมเป็น 1-1 การแก้เกมของ วิลม็อตส์ เริ่มได้ผลบ้างแล้ว
นาทีที่ 80 เบลเยี่ยมเป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับเร็ว อาซาร์ ลากจี้แผงหลังแอลจีเรียก่อนถวายพานให้ เมอร์เท่นส์ วิ่งมาแต่งหนึ่งจังหวะก่อนตะบันด้วยขวาแสกหน้า เอ็มโบลี แบบไม่ต้องจับ เบลเยี่ยมขึ้นนำ 2-1
4 นาทีต่อมา เฟลไลนี่ มีโอกาสได้ขึ้นโขกหน้าปากประตู ร้อนถึง เอ็มโบลี ต้องงัดซูเปอร์เซฟปัดข้ามคานไปได้หวุดหวิด
หลังจากนั้นเป็นเบลเยี่ยมที่เดินหน้าบุกต่อเนื่องแต่สุดท้ายไม่มีฝ่ายไหนทำประตูได้ จบเกมเบลเยี่ยมพลิกสถานะการณ์กลับมาชนะได้ 2-1 เก็บ 3 แต้มเต็มได้สำเร็จ
เบลเยี่ยม
ติโบต์ กูร์กตัวส์, โทบี้ อัลเดอร์เวเรลด์, ดาเนี่ยล ฟาน บุยเต็น, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, แยน แฟร์ทองเก้น, อั๊กเซิ่ล วิตเซิ่ล, นาเซอร์ ชาดลี่, เควิน เดอ บรอยน์, มูสซ่า เดมเบเล่, เอแด็น อาซาร์, โรเมลู ลูกากู
ผู้จัดการทีม: มาร์ค วิลม็อตส์
แอลจีเรีย
ราอิส เอ็มโบลี, มาดฌิด บูเกร์ร่า, ฟาอูซี่ กูลาม, ราฟิค อัลลิเช่, เมห์ดี้ มอสเตฟา, คาร์ล เม็ดจานี่, โซเฟียเน่ เฟกูลี่, ซาฟีร์ ไตแดร์, นาบิล เบนทาเล็บ, เอล อราบี ซูดานี่, ริยาด มาห์เรซ
ผู้จัดการทีม: วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช







