
ไทยขอนานาชาติติดตามสถานการณ์เชื่อจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้น
ปลัดกต. แจง สิทธิมนุษยชนฯ ขอให้ติดตามสถานการณ์ในไทย จะทำให้ได้เห็นพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ
ปลัดกต. แจง สิทธิมนุษยชนฯ ขอให้ติดตามสถานการณ์ในไทย จะทำให้ได้เห็นพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเข้าพบหารือกับนาง นาวาเนเธ็ม พิลเล ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในค่ำของวันที่ 13มิ.ย. ที่ผ่านมา ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยได้ชี้แจงเกี่ยวกับข้อห่วงกังวลของทางสหประชาชาติเกี่ยวกับการควบคุมตัวบุคคลและเสรีภาพของประชาชนว่าได้พัฒนาไปในทางทีดีขึ้น โดยได้แจ้งกับข้าหลวงใหญ่ว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวส่วนใหญ่ไม่ได้มีใครถูกควบคุมนานเกิน 7 วันและปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว อีกทั้งการควบคุมตัวก็ไม่ได้เป็นไปในลักษณะของการคุมขังอย่างที่เข้าใจกันโดยทั่วไป แต่เป็นการเชิญตัวมาพบ เพื่อพูดคุยขอให้ทุกฝ่ายได้สงบลง
ก่อนหน้านี้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้มีหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งขาติ (คสช.) แสดงความกังวลต่อสถานการณ์และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและได้มีแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับการคุมขังบุคคลทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และ นักกิจกรรมต่างๆ จำนวนถึง440 คนอีกทั้งยังเรียกร้องให้ทางการไทยเร่งยกเลิกมาตรการใดๆที่เป็นการละเมิดหรือจำกัดสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ได้บอกกับนางพิลเล่ถึงสถานการณ์ล่าสุดที่ได้มีการยกเลิกเคอร์ฟิวไปแล้วทำให้เสรีภาพของประชาชนได้รับการปรับปรุงมากขึ้น ส่วนเสรีภาพด้านอื่นๆ เช่นของสื่อมวลชน นั้นปรากฎชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วว่าสื่อมวลชนไม่ได้ถูกจำกัดเสรีภาพมากนัก และภายหลังจากที่ได้มีการอนุญาตให้เปิดสถานีโทรทัศน์จำนวนหนึ่งแล้ว เสรีภาพสื่อมวลชนโดยทั่วไปก็ดีขึ้น สามารถรายงานข่าวได้อย่างเสรี โดยเฉพาะสื่อมวลชนต่างประเทศนั้นสามารถเดินทางทำข่าวได้ทั่วราชอาณาจักรโดยไม่มีข้อจำกัด
“ทางเราได้ขอให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติติดตามพัฒนาการของสถานการณ์และการดำเนินงานของฝ่ายไทย จะทำให้ได้เห็นพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับ” นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้เข้าพบชี้แจงทำความเข้าใจในครั้งนี้แล้ว คาดว่าข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนจะได้มีหนังสือไปยังประธานคสช.อีกครั้งหนึ่งเพื่อแสดงถึงความรับรู้ต่อพัฒนาการของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าการเข้าชี้แจงครั้งนี้เป็นไปโดยความเข้าใจอันดีระหว่างกันโดยข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติยินดีรับฟังข้อมูลจากฝ่ายไทย และการแสดงความกังวลนั้นก็อยู่ในขอบเขตในเรื่องปัญหาสิทธิมนุษยชนเท่านั้น







