posttoday
กสทช.ต้องเคลียร์

กสทช.ต้องเคลียร์

14 มิถุนายน 2557

มติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

มติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่อนุมัติให้นำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 427 ล้านบาท มาจ่ายให้กับบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนท์ เจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ผ่านฟรีทีวีคือ ช่อง 5 7 8 11 กลายเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก

ในมิติหนึ่ง หลายคนอาจเห็นด้วยกับการตัดสินใจควักเงินจ่ายให้กับเอกชนของ กสทช. เพื่อเปิดทางให้ประชาชนทั่วไป ผู้มีรายได้น้อย และคนด้อยโอกาสเข้าถึงหรือรับรู้และใช้ประโยชน์จากกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมตามกัน

อีกมิติหนึ่ง สังคมแสดงความกังขาถึงการตัดสินใจของ กสทช.ที่อนุมัติให้นำเงินกองทุนถึง 427 ล้านบาท ไปจ่ายให้กับเอกชนว่ามีความสมเหตุสมผล คุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน

ทุกคนยอมรับในหลักการว่า มหกรรมฟุตบอลโลกเป็นกีฬามวลมนุษยชาติที่ทุกคนควรได้ดูได้ชม แต่ต้องมีความเหมาะสมในการจ่าย

คำถามที่ดังสนั่นในทุกอณูของประเทศไทยคือ ทำไม กสทช.ต้องจ่ายเงินให้เอกชนถึง 427 ล้านบาท แลกกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เพิ่มขึ้นจาก 22 นัด เป็น 64 นัด ขณะที่บริษัท อาร์เอสฯ ยอมให้บริษัท ทรูวิชั่นส์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกได้ทุกนัดแลกกับการที่ทรูฯ จะต้องจ่ายแค่ 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีคำถามเกิดขึ้นว่า ไฉน กสทช. จึงยอมใช้เงินก้อนดังกล่าวไปจ่ายให้อาร์เอสเพื่อที่จะให้ช่อง 8 ของอาร์เอส ซึ่งเป็นธุรกิจของเอกชนและมิได้เป็นฟรีทีวีทั่วไป

แม้ทาง นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอสฯ จะออกมาชี้แจงว่า กรณีถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ครบทุกนัดผ่านฟรีทีวี แม้อาร์เอสจะได้เงินชดเชย แต่ก็เป็นการ ไม่คุ้มเสีย เพราะบริษัทประเมินว่าจะมีรายได้มากกว่านั้น

แต่ในความเป็นจริงแล้ว จนถึงบัดนี้ยังไม่มีใครรับทราบต้นทุนที่แท้จริงของค่าลิขสิทธิ์และการประเมินผลของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากการทำธุรกิจ แต่หากย้อนกลับไปในอดีต อาร์เอสเคยระบุว่ามีต้นทุนจากค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 ทัวร์นาเมนต์รวม 450 ล้านบาท โดยในปี 2553 ได้บันทึกรายได้จากกีฬาไว้แล้ว 580 ล้านบาท

นั่นแสดงว่า การทำธุรกิจซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกของเอกชนรายนี้มีกำไรไปแล้ว 130 ล้านบาท เมื่อได้เงินชดเชยความเสียหายรอบนี้ไป 427 ล้านบาท บวกกับเงินจากการขายกล่องบอลโลกไปแล้ว 4 แสนกล่อง อีก 600 ล้านบาท กำไรจึงมหาศาล ขนาดโบรกเกอร์ก็ยังประเมินว่ามีการจ่ายเงินที่สูงเกินกว่าการคาดการณ์ไว้เพียง 240 ล้านบาท

ร่องรอยการควักเงินไปจ่ายชดเชยให้กับเอกชนที่สูงเกินไปแลกกับการคืนความสุขชั่วครู่ชั่วยาม กำลังท้าท้ายความโปร่งใสในการทำงานของ กสทช.อย่างหนัก

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน