posttoday
สุดมันส์ ! ชิลี ถลกหนังจิงโจ้ย่างโหด 3-1

สุดมันส์ ! ชิลี ถลกหนังจิงโจ้ย่างโหด 3-1

14 มิถุนายน 2557

สุดมันส์ ! ชิลี ถลกหนังจิงโจ้ย่างโหด 3-1

ฟุตบอลโลก 2014 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นักแรก
ชิลี 3-1 ออสเตรเลีย
สนาม  อารีน่า ปานทานัล,กัวอิบา
14 มิถุนายน 2014


เกมนัดสุดท้ายของวันนี้ เป็นการแข่งในคู่ที่สองของกลุ่ม บี โดย ชิลี ตัวแทนจากทวีปอเมริกาใต้ภายใต้การนำทัพของ ฆอร์เก้ ซัมปาโอลี่ นั้นเล่นในระบบ 4-3-3 ส่งผู้เล่นดาวดังลงสนามกันอย่างครบครัน นำทีมโดย อาร์ตูโร่ วิดาล ยอดกองกลางจากยูเวนตุส,อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าจอมคล่องจากบาร์เซโลน่า,แกรี่ เมเดล มิดฟิลด์จอมบู๊ และ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส ในแนวรับของทีม รวมถึง เคลาดิโอ บราโว่ ผู้รักษาประตูจอมหนึบจาก เรอัล โซเซียดัด ในลา ลีกา 

ชิลี หวังจะทำผลงานให้ดีในฟุตบอลโลกครั้งนี้และด้วยนักเตะที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ถือว่ามีลุ้นผ่านเข้ารอบ2อยู่เช่นกันเจอกับ ออสเตรเลีย ที่ขาดประสบการณ์และยังเป็นทีมที่มี ฟีฟ่า แรงกิ้ง ต่ำสุดในหนนี้ด้วย

ขณะที่แข้ง "ซอคเกอร์รูส์" ออสเตรเลีย อังเก ปอสเตโลกลู กุนซือเชื้อสายกรีซ ส่งสองดาวเตะจอมเก๋า อย่าง มาร์ค เบรชชาโน่ และทิม เคฮิลล์ ที่ทำสถิติลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 3 ลงสนามประคองรุ่นน้องในทีม

เริ่มเกมมาเป็น ชิลี ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ ออสเตรเลีย ตั้งแต่นาทีแรก ทำเอาเกมรับแข้ง "ซอคเกอร์รูส์" เริ่มเป๋ และมาประสบความสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 12 จากจังหวะชุลมุนในกรอบเขตโทษ
แนวรับ "ซอคเกอร์รูส์" เคลียร์กันไม่ขาด บอลตกมาถึง อเล็กซิส ซานเชซ ยิงจ่อๆ บริเวณกรอบ 6 หลาบอลพุ่งตุงตาข่าย ชิลีขึ้นนำ 1 ต่อ 0

อีกสองนาทีต่อมา ชิลี มาบวกเม็ดที่สองได้สำหรับ จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเชซ โชว์พลิ้วมาถึงพื้นที่อันตราย และปาดเข้ากลางให้ ฮอร์เก้ วัลดิเวีย ก่อนที่ดาวเตะหมายเลข 10 จะตัดสินใจสับไกส่งบอลผ่านมือ แม็ทธิว ไรอัน เข้าไปอย่างสุดงาม ทำเอาแฟนๆ ชิลี ใน อารีน่า ปานทานัลแทบคลั่ง ชิลีทะยานหนีไปเป็น 2 ต่อ 0

แม้ว่าจะยิงตุนไว้ถึงสองประตู แต่ยอดทีมจากอเมริกาใต้ทีมนี้ยังคงเดินเกมรุกบุกแหลกอยู่ข้างเดียว

นาทีที่ 21 ทอมมี ออร์ ของออสเตรเลีย ได้โอกาสฮาล์ฟวอลเลย์แต่บอลนั้นโดนไม่เต็มเท้า หลุดกรอบออกหลังไป

ชิลี บุกอยู่เพลินๆ แต่มาเจอจังหวะสวนกลับของแข้งจิงโจ้จนถูกตีไข่แตกในนาทีที่ จากจังหวะที่  เปิดบอลโด่งจากริมเส้นฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ทิม เคฮิลล์ ขึ้นโขกบอลลอยย้อนไปทางเสาไกล
ตุงตาข่าย ออสเตรเลียไล่มาแล้ว 2-1 และเป็นประตูแรกที่ออสเตรเลีย สามารถยิงใส่คู่แข่งจากทวีปอเมริกาใต้ได้ศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกด้วย

สิบนาทีสุดท้าย ออสเตรเลีย พยายามใช้เกมโต้กลับเข้าโจมตี แต่แนวรับของ ชิลี ยังคงทำผลงานได้ดี และอาศัยความเร็วของผู้เล่นในแนวรุกฉีกแนวรับแข้งจิงโจ้คืนบ้าง

ก่อนหมดครึ่งแรก 1 นาที ออสเตรเลียมาได้ลูกฟรีคิกระยะได้ลุ้น แต่ มาร์ค เบรชชาโน่ เปิดบอลไม่ดีก่อนถูกแนวรับ ชิลี เคลียร์ออกมา พลาดการได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย

ในช่วงทดเจ็บ อเล็กซิส ซานเชซ เจอสกัดล้มลงไปบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ แต่ ชิลี เล่นลูกสูตรไม่ติด ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดจบครึ่งแรก ชิลี นำ ออสเตรเลียอยู่ 2-1

เริ่มครึ่งหลังมาไม่ทันไร ออสเตรเลีย ต้องพบกับข่าวร้ายเมื่อ อีวาน ฟรานยิช ตัวหลักในแนวรับมีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว จนต้องส่งไรอัน ฮัลโลแรน ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 51 แฟนๆ ออสเตรเลีย ส่งเสียฮือลั่นสนาม เมื่อ กอนซาโล่ ฮาร่า ไปเหนี่ยว ทิม เคฮิลล์ ในจังหวะกำลังจะเทคตัวโหม่งในกรอบเขตโทษ เคฮิลล์ พยายามจะฟ้องเอาลูกที่จุดโทษ แต่ผู้ตัดสิน ดูอี้ ปล่อยให้เล่นต่อ ทำเอาอดีตแข้งเอฟเวอร์ตันถึงกับโวยวาย

ขุนพล "ออสซี่" พลาดการได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 53 เมื่อ ทิม เคฮิลล์ โหม่งเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินชาวไอวอรี่โคสต์ ไม่ยอมเป่าให้เป็นประตู โดยให้สัญญาณว่าเป็นลูกล้ำหน้า ซึ่งเมื่อดูจากภาพช้าจะเห็นว่าล้ำหน้าชัดเจน

เห็นชัดเลยว่าตอนนี้ทั้งสองทีมมองเห็นจุดอ่อนของกันและกันแล้ว โดยเฉพาะ ออสเตรเลีย ที่บอมบ์ลูกโด่งเข้าใส่แนวรับ ชิลี จนจวนเจียนเสียประตูอยู่หลายครั้ง

ออสเตรเลียน่าจะได้ประตูตีเสมอสุดๆ จากจังหวะที่ วางบอลยาวมาในกรอบเขตโทษให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจกดเต็มข้อด้วยเท้าซ้าย บอลทำท่าว่าจะเสียบเสาอยู่แล้วแต่ เคลาดิโอ บราโว่ พุ่งเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

ครบหนึ่งชั่วโมงแรก ชิลี เกือบหนีไปเป็น 3-1 เมื่อ เอดูอาร์โด้ วาร์กัส รับบอลมาจากฝั่งขวาก่อนจะจิ้มบอลสวนตัวกับทางนายทวารออสซี่ บอลนั้นทำท่าว่าจะไหลข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่สุดท้ายเป็น อเล็กซ์ วิลกินสัน ตามมาเคลียร์จากเส้นประตูได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ฟีฟ่าจะได้ทีโชว์ภาพเทคโนโลยี "โกล์ ไลน์" ให้แฟนบอลทั้งโลกได้เห็นกันชัดๆ ว่าบอลยังไม่ข้ามเส้นแต่อย่างใด

ผ่านไป 70 นาที ออสเตรเลีย ยิ่งโยนยิ่งคึก โดยเฉพาะ ทิม เคฮิลล์ ที่ไม่ว่าบอลจะมาแบบไหน จอมทัพของแข้ง "จิงโจ้" รายนี้เก็บได้หมด ทำเอาแฟนๆ ชิลีหายใจไม่ทั่วท้องไปตามๆ กัน 

นาทีที่ 78 ออสเตรเลีย ทิ้งไพ่ใบสุดท้ายโดยส่ง เจมส์ ทรอยซี่ ลงมาเล่นแทนตัวเก๋าอย่าง มาร์ค เบรชชาโน่

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ชิลี มาได้ประตูตอกฝาโลงย้ำชัยชนะจากลูกยิงนอกกรอบของ ฌอง โบเซชูร์ กองกลางจากวีแกน บอลพุ่งหนีมือ แม็ทธิว ไรอัน ตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม 

หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันได้ จบเกม ชิลี เอาชนะ ออสเตรเลียไป 3-1 เก็บสามคะแนนแรกได้สำเร็จ พร้อมกับขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงกลุ่มบี ส่วนแข้ง "ซอคเกอร์รูส์" รั้งรองบ๊วยเหนือ สเปน ด้วยผลต่างประตูได้-เสียที่ดีกว่า 

ชิลี
เคลาดิโอ บราโว่ / ยูเจนิโอ เมน่า / เมาริซิโอ อิสล่า / แกรี เมเดล / กอนซาโล่ ฮาร่า / อาตูโร่ วิดาล / ฮอร์เก้ วัลดิเวีย / ชาร์ลส์ อรานกุอิซ / มาร์เซโล่ ดิอาซ / อเล็กซิส ซานเชซ / เอดูอาร์โด้ วาร์กัส

ผู้จัดการทีม : ฆอร์เก้ ซัมปาโอลี่


ออสเตรเลีย
แม็ทธิว ไรอัน / อีวาน ฟรานยิช / อเล็กซ์ วิลกินสัน / แม็ทธิว สปีราโนวิช / เจสัน เดวิสัน/ มาร์ค มิลลิแกน / ไมล์ เยดินัค / มาร์ค เบรชชาโน่ / ทอมมี่ ออร์ / แม็ทธิว เลคกี้ / ทิม เคฮิลล์

ผู้จัดการทีม : อังเก ปอสเตโลกลู

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก