posttoday
"บิ๊กตู่"ปัดทำประชานิยม ตั้งรบ.ใหม่สค.-กย.

"บิ๊กตู่"ปัดทำประชานิยม ตั้งรบ.ใหม่สค.-กย.

13 มิถุนายน 2557

หัวหน้าคสช. มอบนโยบายงบปี 58 ปัดประชานิยม ไม่คืนความสุขจนสำลัก ยันไม่ใช้จำนำ-ประกันราคาข้าว เน้นลดต้นทุน คาดตั้งรัฐบาลใหม่ส.ค.-ก.ย. นี้

หัวหน้าคสช. มอบนโยบายงบปี 58 ปัดประชานิยม ไม่คืนความสุขจนสำลัก ยันไม่ใช้จำนำ-ประกันราคาข้าว เน้นลดต้นทุน คาดตั้งรัฐบาลใหม่ส.ค.-ก.ย. นี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้ประชุมมอบนโยบายจดทำงบประมาณรายจ่ายปี58 โดยย้ำให้จัดทำด้วยความโปร่งใส ไม่สิ้นเปลืองเกินกรอบวินัยการเงินการคลัง หนี้สาธารณะต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบถึงภาระหนี้สินของประเทศ ส่วนการรายงานเปรียบเทียบผลการดำเนินการทางเศรษฐกิจต้องสรุปเศรษฐกิจก่อน 22 พค. และหลัง22 พค. เพราะไม่ใช่ว่าคสช.เข้ามาแล้วทำให้ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจลดลง

การทำงบประมาณครั้งนี้ต้องเน้นคุณภาพปริมาณมากกว่าการปล่อยให้รั่วไหลใช้สิ่งที่ไม่จำเป็น ต้องอธิบายว่าการตั้งกรอบเงินกู้ไม่ได้หมายความว่ากู้แล้วเป็นหนี้ เพราะคนไทยจะตื่นเต้นและกลัว เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยจะเป็นหนี้ก็ต้องอธิบายให้เขาไม่ตื่นตระหนก นอกจากนี้ขอให้ทุกคนเน้นย้ำเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางการดำรงชีวิต

 "วันนี้มีคนปล่อยข่าวว่าคสช.จะเดินหน้าโครงการสาธารณูปโภค 3 แสนล้านบาท ซึ่งเขาปล่อยออกมาเพื่อให้ประชาชนเรียกร้องก็ขอให้ทุกคนช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ข่าวที่ออกมาหากไม่มีคำสั่งหรือลายเซ็นของผมก็คือยังไม่ได้สั่ง หรือข่าวที่ปล่อยว่าตำรวจ ทหารจะไปจับแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศก็ไม่เป็นความจริง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หัวหน้า คสช. กล่าวอีกว่า ปัญหาวันนี้เราต้องรับฟังความต้องการของประชาชน  ทั้งนี้ยืนยันว่ามาตรการที่คสช.ออกมาไม่ใช่เป็นประชานิยม  ขณะนี้เรากำลังปรับโครงสร้างทั้งเรื่องโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม เรื่องราคาพลังงานก็ขอความร่วมมือให้ตรึงไว้ก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตนไม่อยากให้มองว่าคสช.คืนความสุขจนสำลักแล้วมองว่าทหารไม่เข้าใจอะไร  เข้าใจดี การแก้ปัญหาต้องทำในทุกมิติ ที่ผ่านมาเราขาดความชัดเจน ไม่ตอบโจทย์ความเข้าใจประชาชน เราต้องสร้างประชาธิปไตยของประเทศขึ้นมาใหม่โดยใช้สติปัญหาของทุกคน เพราะเรารู้ว่าคนไทยเป็นอย่างไร อย่าให้คนอื่นเข้ามาจัดการ แพงก็แพง ดังนั้นเราต้องใช้ความสามารถของเราภายใต้ความโปร่งใส พร้อมยืนยันว่าวันนี้จะไม่มีโครงการรับจำนำข้าวและประกันราคา แต่จะไปดูเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตแทน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่คสช.เข้ามามีปัญหาที่ต้องให้แก้ไขหลายอย่าง บางอย่างน่าชื่นชมยินดีบางอย่างก็หงุดหงิด เราไม่มีความสุขมา 9 ปีเต็มแล้ว ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 22 พค.  เราก็ต้องมีความสุข ซึ่งใครไม่เห็นด้วยก็ขอชะลอไว้ก่อนให้เราแก้ปัญหา การดำเนินคดีทุกเรื่องก็ดำเนินการอยู่ ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ และในเดือนต.ค.นี้เราก็จะมีรัฐบาล จากนั้นจะนำไปสู่การตั้งสภาปฏิรูปซึ่งจะมีทั้งคู่ขัดแย้งเข้ามา การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นและการแก้บริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งหากแก้ความขัดแย้งไม่ได้เจอหน้ายังชกกัน  ตนเองก็ต้องอยู่นาน ซึ่งวันนี้ความขัดแย้งฝังลึก

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ คาดว่าจะมีการตั้งรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้ราวช่วงปลายเดือน ส.ค.-ต้นเดือน ก.ย.57

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลจะเป็นใครบ้างนั้นอย่าเพิ่งไปวิพากษ์วิจารณ์กันล่วงหน้า เพราะตนเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมีใครบ้าง รอให้ถึงเวลาก่อนค่อยว่ากันตอนนั้น

“ เรื่องระยะเวลามีคนถามกันจัง คนมันใจร้อน ผมก็บอกไปแล้วช่วงที่เข้ามาควบคุมอำนาจเดือนแรก อาจวุ่นว่าย  จากนั้นสามเดือน มิ.ย.- ส.ค. ต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย    มีธรรมนูญปกครอง ตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  ตั้งนายกรัฐมนตรี มีคณะรัฐมนตรีบริหารราการให้ทันก.ย.   การตั้งรัฐบาลได้ภายในส.ค.หรือต้นก.ย.ต้องเผื่อเรื่องไว้สักสิบห้าวันก่อนทูลเกล้า ส่วนใครจะมาเป็นผมยังไม่รู้  “ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า ตนคิดว่าสิ่งที่กล่าวชัดเจนนะ หรือจะให้ตอบอีกไหม วินาทีไหน ปฏิทินเดียวกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หลังจากตั้งรัฐบาล ประมาณเดือนตุลาคมมีสภาปฏิรูปโดยคัดมาจากภาคส่วนต่างๆ เลือกมาสองสามเท่า แล้วมาคัดเลือกตามที่ต้องการ จากนั้นก็เอาเรื่องที่แต่ละภาคส่วนทำการปฏิรูปนำมาพบปะ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงการเข้ามาควบคุมอำนาจบริหารประเทศ ว่า เคยบอกแล้วถึงเหตุผลความจำเป็นและการกำหนดปฏิทินการทำงาน แต่ก็มีสื่อมวลชนถามแล้วถามอีก

“  ผมพูดครั้งเดียวก็ไม่ได้  พูดน้อยไปก็ไม่ได้  แต่พูดไปแล้วกลับมาหาจุดผิดของผม มาตี  เป็นอะไรกัน  สมองมันเสียหรือเปล่า เอาหล่ะผมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้วนี่ดึงคนอื่นมาร่วมด้วยอีก  ผมอยู่ไม่นานหรอก   สิบวันผมก็เบื่อแล้ว แต่ที่ต้องยืนอยู่ตรงนี้เห็นอนาคตประเทศไปไม่ได้  ใครที่ต้องการประชาธิปไตย ผมเห็นว่าไปไม่ได้ แบ่งฝ่ายขัดแย้งกัน ถามว่าประชาธิปไตยแบบไหน อยู่ที่เราจะให้เขาจูงไปอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม  ผมว่าฝ่ายดีเยอะกว่าฝ่ายไม่ดี  ไม่ต้องห่วงผมมีกี่ฝ่ายมีฝ่ายเดียวประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน  ถ้าเห็นว่าผมอยู่ฝ่ายนั้นฝ่ายนี้   ตั้งแต่ปีแรกผมก็โดนย้ายไปแล้ว  ใครจะใช้ผมในสิ่งผิด ผมก็ทำไม่ได้ “ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก