
สถานทูตจับตากลุ่มต้านคสช.ในต่างประเทศ
สถานทูตจับตากลุ่มต้านรัฐประหารในต่างประเทศและรายงานข้อมูลต่อคสช. เผยคดี "โรส" หมิ่นเบื้องสูงต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศ
สถานทูตจับตากลุ่มต้านรัฐประหารในต่างประเทศและรายงานข้อมูลต่อคสช. เผยคดี "โรส" หมิ่นเบื้องสูงต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า การประชุมระหว่างคณะเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ กับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้เน้นย้ำกับคณะทูตและกงสุลใหญ่ในประเทศต่างๆให้ทำความเข้าใจกับชุมชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย และการเคารพกฎหมาย มาตรา 112
ส่วนกลุ่มบุคคลที่มีการเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหารของไทยในต่างประเทศ ทางสถานเอกอัครราชทูตจะต้องตรวจสอบก่อนว่าบุคคลดังกล่าวอาศัยอยู่ในประเทศนั้นหรือไม่ เช่น กรณีของนายจักรภพ เพ็ญแข ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อกัมพูชา ก็ไม่ชัดเจนว่านายจักรภพอยู่ในกัมพูชาหรือไม่ ทางสถานเอกอัครราชทูตจึงต้องตรวจสอบก่อนและรายงานข้อมูลกลับมายัง คสช.
สำหรับกรณีนายวีรภัทร ปริยวงศ์ นักวิชาการอิสระ ซึ่งถูกรับเชิญให้ไปบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยแห่งหนี่งในกรุงลอน ประเทศอังกฤษ โดยนายวีรภัทรยืนยันว่าจะไม่กลับมารายงานตัวกับทางคสช.นั้น นายเสข ชี้แจงว่าสถานเอกอัครราชทูตได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับฟังการบรรยายและสรุปข้อมูลพร้อมรายงานกลับมายังคสช.
สำหรับการดำเนินคดีกับน.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือ "โรส" ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันและเป็นผู้ที่ถูกคสช.เรียกมารายงานตัวนั้น ซึ่งน.ส.ฉัตรวดี อาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และได้สัญชาติอังกฤษไปแล้ว ดังนั้น ทำให้ไม่สามารถนำตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้ ทำให้ต้องใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินการ







